สำหรับข้อตกลงร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ และ ประชาชนในพื้นที่ดอยม่อนแจ่ม ดังนี้ 1.ให้หยุดคุกคามและปิดกั้นการพัฒนาขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ 2. ให้ทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ทำตามมติครม.11 พ.ค.42 โดยมีการชี้เขตและปักหมุดที่ทำกินของชาวบ้านและทำการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม.ดังกล่าว ภายในระยะเวลา 30 วันทำการ โดยให้ 1.1 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการทำงานเข้ามาทำงานในวันทำการ 1.2 มีงบประมาณดำเนินการในวันทำการ 1.3 มีการเริ่มปฏบัติงานภายในวันทำการ ภายในวันที่ 1 มี.ค.65
3.การเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องมีการแจ้งประสานงานกับผู้ใหญ่บ้าน และเทศบาลตำบลแม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แจ้งให้ชาวบ้านทราบทุกครั้งก่อนเข้าพื้นที่
4.การสอบถามข้อมูลในวันนี้เป็นการสอบถามแบบสันติ ไม่มีการทำร้ายร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยวผู้ใด และไม่ได้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ กับชาวบ้าน
5.การสำรวจของเจ้าหน้าที่ในวันนี้เป็นการสำรวจที่อยู่อาศัยของชาวบ้านโดยนายอำเภอแม่ริม และ ผู้กำกับ สภ.แม่ริม รับรองว่าเจ้าของบ้านจะไม่ถูกดำเนินคดี
นายกมล นวลใย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า จากการปิดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ออกจากพื้นที่ม่อนแจ่ม ทั้งนี้ การเจ้าสำรวจของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ดำเนินการตามหน้าที่โดยเข้าไปสำรวจพื้นที่ เพื่อสืบทราบว่าบริเวณที่เข้าสำรวจมีการก่อสร้างเพื่อเป็นที่พักอาศัย หรือเพื่อทำเป็นรีสอร์ทรับนักท่องเที่ยว มีการขยายพื้นที่จากที่เคยกำหนดไว้หรือไม่ และมีการเปลี่ยนมือไปเป็นของนายทุนหรือไม่
ก่อนหน้าที่ได้มีข้อตกลงไว้ว่าการก่อสร้างบ้านพักอาศัย ต้องได้รับความเป็นชอบจากคณะกรรมการระดับอำเภอ เพื่อกลั่นกรองและต้องทำการสำรวจพิสูจน์การครอบครองที่ดินว่าไม่มีการเปลี่ยนมือเป็นของนายทุน ทั้งบริเวณที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบเป็นพื้นที่ที่อยู่ในจุดที่มีภูมิทัศน์สวยงาม และมีความลาดชันสูง จึงต้องมีความเข้มงวดในเรื่องการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพแวดล้อมในพื้นที่
การเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ได้กำหนดไว้ 4 จุด เป็นพื้นที่ที่คณะกรรมการระดับอำเภอได้มีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน และเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทางชุมชนไม่ประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปในพื้นที่ เนื่องจากเกรงจะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ชาวบ้านกลับแอบดำเนินการก่อสร้างเพิ่มเติมจนแล้วเสร็จ โดยมีสายข่าวแจ้งมาให้ทราบ จึงได้เข้าไปเพื่อทำการสำรวจ เพื่อสืบทราบว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงมีการดำเนินการตามขั้นตอน มีการรับรองแบบก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อป้องกันการรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม
แต่ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจ โดยอ้างว่า เจ้าหน้าที่บุกรุกบ้าน จึงทำการปิดล้อมไม่ให้เจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่จนกว่าจะมีผู้มีอำนาจในระดับสูงเข้ามารับทราบการทำงานของเจ้าหน้าที่ และให้มีการทำข้อตกลงร่วมกัน โดยมีข้อเรียกร้อง หากเจ้าหน้าที่จะเข้าไปในพื้นที่จะต้องแจ้งให้ผู้นำชุมชนทราบ และมีการนำตรวจพื้นที่พร้อมกับผู้นำชุมชน ไม่ให้เจ้าหน้าเข้าไปดำเนินการเองโดยไม่มีผู้นำชุมชนนำตรวจ และขอไม่ให้มีการดำเนินคดีกับชาวบ้านในการปิดล้อมเจ้าหน้าที่จากกรณีปิดล้อมไม่ให้ออกจากพื้นที่
สำหรับการสำรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าว ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเป็นที่พักอาศัย หรือรีสอร์ทรับนักท่องเที่ยว หลังจากนี้ทางคณะกรรมการที่จังหวัดจัดตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินบนพื้นที่ม่อนแจ่ม จะบูรณาการนัดหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ ผู้นำของชุมชน เพื่อทำการสำรวจตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบมีความผิดจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป