จากข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้ พบว่าเขตหลักสี่มีความโดดเด่นเรื่องพื้นที่สีเขียวและเป็นที่น่าชื่นชม แต่เมื่อได้เจาะลึกถึงรายละเอียดก็พบว่าข้อมูลของสวนสาธารณะฉบับเดียวกันนี้ ได้ระบุรายชื่อของสวนสาธารณะที่มี พื้นที่มากกว่า 25 ไร่ในแต่ละเขต (ระดับสวนชุมชน สวนระดับย่าน และสวนระดับเมือง) ซึ่งในเขตหลักสี่มี 11 แห่ง รวมทั้งหมด 918 ไร่ ได้แก่ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ, ไปรษณีย์ไทย, กองพลาธิการ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์, กสท, TOT, กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์, สวนหย่อมการประปานครหลวง ทุ่งสองห้อง, กองบัญชาการทหารสูงสุด, ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร A), สวนหย่อมมหาวทิยาลัยธุรกิจบัณฑิต แขวงทุ่งสองห้อง และ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน จะมีเพียงศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ที่มี 58 ไร่ + 40 ไร่ และ สวนหย่อมมหาวทิยาลัยธุรกิจบัณฑิต ทุ่งสองห้อง 40 ไร่ ที่เปิดกว้างต่อสาธารณะ (รวม 138 ไร่) ซึ่งเท่ากับว่า 780 ไร่ ในพื้นที่หลักสี่ ที่ระบุมา เป็น “พื้นที่ราชการ” ประชาชนทั่วไปไม่สามารถใช้บริการสาธารณะได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของหน่วยงานต่างๆที่เข้าได้เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ควรที่จะถูกระบุว่าเป็น “สวนสาธารณะ”
จากข้อมูลตรงนี้ ถ้าเราคำนวนข้อมูลสวนสาธารณะของหลักสี่ใหม่ที่แยก “พื้นที่ราชการ” ออกไป
- จากเดิมที่มีขนาดพื้นที่สวนสาธารณะ 1,829,759.24 ตร.ม จะกลายเป็น 581,759.24 ตร.ม (ลดลงจากอันดับที่ 5 เป็นที่ 25)
- จากเดิมที่มีสัดส่วนพื้นที่สวนสาธารณะต่อจำนวนประชากร 17.48 ตร.ม. ต่อ คน จะกลายเป็น 5.56 ตร.ม. ต่อ คน (ลดลงจากอันดับที่ 5 เป็นที่ 19)
“ตัวเลขเหล่านี้พิสูจน์ว่าแค่ถ้ามีการเปิดกว้างของ “พื้นที่ราชการ” จะทำให้ชาวหลักสี่ได้ประโยชน์จากการเข้าไปใช้พื้นที่สีเขียว จะทำให้มีสัดส่วนพื้นที่สวนสาธารณะต่อจำนวนประชากรที่เกินมาตรฐานที่ WHO กำหนดไว้ บ่งบอกถึงคุณภาพชีวิตที่ควรจะได้รับ ซึ่งทั้งหมดนี้ ดำเนินการโดยไม่ต้องไปลงทุนอะไรเพิ่มมากมาย ไม่ต้องไปตระเวนหาพื้นที่ใหม่เพื่อเปลี่ยนเป็นสวน “Inclusiveness” หรือ การการพัฒนาที่ครอบครอบคลุม คือคอนเซ็ปที่มาแรง โดยเน้นถึงความต้องการให้ทุกการตัดสินใจต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดต่อคนทุกกลุ่ม เน้นถึงหลักคิดของการทำให้ทุกคนเข้าถึงบริการทางสังคมและโอกาสทางเศรษฐกิจได้ แนวทางที่ผมพูดถึงในโพสต์นี้คือหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของ “Inclusiveness” ตนจึงขอชักชวนให้ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมหลักสี่-จตุจักรทั้งหลายลองพิจารณาประเด็นนี้ และนำไปเสนอต่อสาธารณะกับสื่อมวลชน”