โดนจนได้! "นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม" เผยถูกบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ฟ้องเอาผิดเรียกค่าเสียหาย 120 ล้าน ปมทวงคืนดาวเทียม เจ้าตัวยันทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ มีเจตนาปกป้องประโยชน์ของชาติ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     ความคืบหน้ากรณี นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ร้อง นายกฯ ตั้งกรรมการสอบ ชัยวุฒิ-ปลัดดีอีเอส หลังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง "ปมดาวเทียมไทยคม 4" สิ้นสุดสัญญา 10 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยืนยันต้องส่งมอบในรูปแบบของสัญญาสัมปทานเท่านั้น (อ่านรายละเอียด) 

 

"หมอวรงค์" เผยโดนไทยคมฟ้องแพ่ง 120 ล้าน ปมทวงคืนดาวเทียม

 

     ล่าสุด วันนี้ (7 ม.ค.) มีรายงานข่าวว่า นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้เปิดเผยหมายศาลที่มาติดหน้าบ้านของตนเอง มีรายละเอียดของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ระบุ คดีดำ 2502/2564 ลงวันที่ 30 พ.ย. 64 ระบุว่า เป็นคดีความระหว่าง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ ฟ้อง นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม โดยในคดีนี้มีการนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. 

 

"หมอวรงค์" เผยโดนไทยคมฟ้องแพ่ง 120 ล้าน ปมทวงคืนดาวเทียม
 

     ต่อมา นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม โพสต์ในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom กรณีนี้ว่า #ไทยคมฟ้องผม  ช่วงนี้ส่วนใหญ่ผมติดภารกิจช่วยคุณพันธุ์เทพ ลงพื้นที่ เลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่-จตุจักร กรุงเทพฯ เช้านี้ทางบ้านไลน์มาบอกว่า มีหมายศาลมาติดที่หน้าบ้าน ปรากฏว่า บริษัทไทยคม ฟ้องแพ่งผมอีก 120 ล้านบาทครับ (ก่อนหน้านี้กัลฟ์ฟ้อง 100 ล้านบาท) 

 

"หมอวรงค์" เผยโดนไทยคมฟ้องแพ่ง 120 ล้าน ปมทวงคืนดาวเทียม
 

     ผมยังยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจ เรื่องการปกป้องประโยชน์ชาติเรื่องดาวเทียมไทยคม ไม่แปลกใจจริงๆ ที่มีพรรคการเมืองบางพรรค ส่งคนบางคนที่ใกล้ชิดนายทุนใหญ่มากๆ ลงมาคุมเลือกตั้งเอง เพราะถ้าพรรคไทยภักดีมีที่นั่งในสภา แม้จะเสียงเดียว เรื่องของนายทุนเอาเปรียบชาติ จะต้องถูกตีแผ่ในสภาแน่นอนครับ 

 

     พวกนายทุนพวกนี้ใช้วิธีจ่ายเงินช่วยพรรคการเมือง แล้วไปหาประโยชน์จากโครงการของรัฐครับ แทบจะมีอิทธิพลเหนือรัฐในบางเรื่อง เพื่อความโปร่งใส ความถูกต้องและผลประโยชน์ของชาติครับ ขอโอกาสจากพี่น้องพลังเงียบ ให้โอกาสพวกเราเพื่อไปจัดการพวกโกงชาติด้วยครับ

 

นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี

ขอบคุณข้อมูลเพจเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom