ขณะเดียวกันเพจเฟซบุ๊กสภ.เมืองเชียงใหม่ โดยระบุว่าขอชี้แจงว่าด้วยเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 23.28 น.ได้เกิดเหตุนายชาญศักดิ์ สมประโยชน์ อายุ 59 ปี ได้ขับรถยนต์อีซูชุ รุ่นมิวเอ็กซ์ เฉี่ยวชนกับรถยนต์สามล้อืรับจ้างสาธารณะแล้วหลบหนีไป และต่อมาในเวลา 23.33 น.ได้เฉี่ยวชนอีกครั้งกับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิฟท์ บริเวณสี่แยกแสงตะวัน ข้างกำแพงวัดศรีดอนไชย ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่สายตรวจเขตและพนักงานสอบสวนเวรได้ออกตรวจที่เกิดเหตุพร้อมกับนำตัว นายชาญศักดิ์ สมประโยชน์ ผู้ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ และนายไพโรจน์ พรมธารา ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซููกิ รุ่นสวิฟท์ มายัง สภ.เมืองเชียงใหม่ และได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด โดยนายไพโรจน์ ได้ยินยอมให้ตรวจวัดซึ่งค่าผลตรวจวัดออกมาเป็นศูนย์ ส่วนนายชาญศักดิ์ นั้นไม่ยินยอมให้ตรวจวัด พนักงานสอบสวนจึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้สอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้วยกรณีดังกล่าวไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ที่จำต้องจับกุมตัวโดยทันที อีกทั้งพยานหลักฐานยังไม่แน่ชัด ประกอบกับนายชาญศักดิ์ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและสถานที่ทำงานชัดเจนแน่นอนสามารถเรียกตัวนัดมาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาได้ในภายหลัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แก่เจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย และผู้ขับขี่รถยนต์สามล้อรับจ้างสาธารณะ ได้ให้ข้อมูลที่เป็น ประยชน์ต่อคดีนำมาสอบสวนร่วมกับรายงานการสืบสวนจนได้ความชัดเจนในวันที่ 28 ธันวาคม 2564 นายชาญศักดิ์ ไปใช้บริการที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ และออกจากร้านอาหารไปประสบอุบัติเหตุตามภาพข่าว จึงมีพยานหลักฐานที่เชื่อว่าได้ นายชาญศักดิ์ ได้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา จริง อันเป็นการกระทำความผิดฐาน
1.เป็นผู้ขับขี่รถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย
2.เป็นผู้ขับขี่รถในทางชื่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่หยุดรถ และให้ความช่วยเหลือตามสมควร
3.เป็นผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา
4.ฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานสอบสวนที่สั่งให้มีการทดสอบผู้ขับขี่เมาสุรา ตามมาตรา 142 วรรคสองขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดซึ่งเพียงพอที่สามารถยืนยันการกระทำความผิดของนายชาญศักดิ์ๆ ไว้แล้ว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดแก่นายชาญศักดิ์ รับทราบในวันที่ 5 มกราคม 2565 โดยนายชาญศักดิ์ๆ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จากนั้นได้นำตัวนายชาญศักดิ์ พร้อมด้วยสำนวนการสอบสวนส่งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตาม กฎหมาย และในวันเดียวกันนี้พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนายชาญศักดิ์ๆ ทุกข้อกล่าวหาต่อศาลแขวงเชียงใหม่ และศาลแขวงเชียงใหม่ มีคำพิพากษาลงโทษปรับรวม 14,500 บาท
สภ.เมืองเชียงใหม่ ในฐานะต้นธารของกระบวนการยุติธรรม ขอยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ต่อทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม เท่าเทียมกัน และขอขอบคุณอย่างสูงกับทุกชุดข้อมูลที่ได้ส่งมาให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการสืบสวน ซึ่งทำให้พนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการสอบสวนได้อย่างครบถ้วน สภ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
พ.ต.ท.สันติ คำใส รองผกก.หน.งานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า คดีนี้หลังจากเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบ หลักฐานที่นายชาญศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหา ได้เข้าไปใช้บริการร้านอาหารแห่งหนึ่ง และขับรถ มาตามเส้นทาง ที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อรวบรวมไว้ในสำนวน จากนั้นจึงได้เชิญตัวผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งนายชาญศักดิ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาทางพนักงานสอบสวนจึงได้สรุป สำนวนเสนอให้อัยการ ฟ้องต่อศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ และศาลได้มีคำพิพากษา ตามคำเผยแพร่ ในเอกสาร ของสภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งคดีนี้ ในชั้นสอบสวนถือว่าสิ้นสุดแล้ว