เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลสั่งปรับ14,500-พักใบขับขี่6ด."รองอธิบดีผู้พิพากษาเมาแล้วขับ"

06 ม.ค. 2565 | supee

ศาลสั่งปรับ14,500-พักใบขับขี่6ด."รองอธิบดีผู้พิพากษาเมาแล้วขับ"

ศาลแขวงเชียงใหม่ พิพากษาลงโทษรองอธิบดีผู้พิพากษาฯ เมาขับชนรถสามล้อ-รถกู้ภัย 4 ข้อหา ปรับ 14,5000 บาท พักใช้ใบขับขี่ 6 เดือน ด้านสำนักงานศาลยุติธรรม รอสอบข้อเท็จจริงประกอบคำพิพากษาว่าจะดำเนินการทางวินัยหรือไม่

จากกรณีที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีชายซึ่งถูกถ่ายคลิปเผยแพร่ภายหลังเกิดเหตุรถเฉี่ยวชนรถกู้ภัย ที่ บริเวณแยกแสงตะวัน ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และอ้างตัวว่าเป็นรองอธิบดีผู้พิพากษานั้น ล่าสุดวันที่่ 6 มกราคม 2565 พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวงเชียงใหม่ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายชาญศักดิ์ สมประโยชน์ จำเลย ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น, ขับรถโดยประมาท ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานไม่ยอมทดสอบแอลกอฮอล์และขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลแล้วไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร โดยจำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลสั่งปรับ14,500-พักใบขับขี่6ด."รองอธิบดีผู้พิพากษาเมาแล้วขับ"

 

ศาลแขวงเชียงใหม่ พิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 91 ฐานขับรถขณะเมาสุรากับฐานขับรถโดยประมาท เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขับรถขณะเมาสุราซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ.มาตรา 90 พิเคราะห์พฤติการณ์เกี่ยวกับการกระทำความผิดกับความเสียหาย ซึ่งปรากฏตามคำฟ้องว่าจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ ถือว่าจำเลยสำนึกผิดและบรรเทาผลร้ายแล้ว ให้ลงโทษฐานขับรถขณะเมาสุรา ปรับ 18,000 บาท ฐานขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นแล้วไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือตามสมควร ปรับ 10,000 บาท ฐานไม่ปฏิบัติคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจร ปรับ 1,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 ฐานขับรถขณะเมาสุรา คงปรับ 9,000 บาท ฐานขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นแล้วไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือตามสมควร ฯ คงปรับ 5,000 บาท ฐานไม่ปฏิบัติคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจร คงปรับ 500 บาท รวมปรับ 14,500 บาท และให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยมีกำหนด 6 เดือน นับแต่วันมีคำพิพากษา ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นให้ยกคดีนี้ หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วหากพนักงานอัยการโจทก์ไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีก็จะถึงที่สุด แต่หากมีการอุทธรณ์คำพิพากษาก็ต้องรอผลการพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต่อไป

ศาลสั่งปรับ14,500-พักใบขับขี่6ด."รองอธิบดีผู้พิพากษาเมาแล้วขับ"

 

สำหรับในการดำเนินการในส่วนอื่นนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมอยู่ระหว่างรอรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากต้นสังกัดของนายชาญศักดิ์ ซึ่งเมื่อได้รับแล้วจะต้องพิจารณารายงานข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบกับผลของคดีข้างต้นว่าจะต้องดำเนินการทางวินัยต่อไปหรือไม่อย่างไร หากข้อเท็จจริงอยู่ในข่ายที่จะต้องดำเนินการทางวินัยอย่างไร ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกันเพจเฟซบุ๊กสภ.เมืองเชียงใหม่  โดยระบุว่าขอชี้แจงว่าด้วยเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 23.28 น.ได้เกิดเหตุนายชาญศักดิ์ สมประโยชน์ อายุ 59 ปี ได้ขับรถยนต์อีซูชุ รุ่นมิวเอ็กซ์ เฉี่ยวชนกับรถยนต์สามล้อืรับจ้างสาธารณะแล้วหลบหนีไป และต่อมาในเวลา 23.33 น.ได้เฉี่ยวชนอีกครั้งกับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิฟท์ บริเวณสี่แยกแสงตะวัน ข้างกำแพงวัดศรีดอนไชย ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่สายตรวจเขตและพนักงานสอบสวนเวรได้ออกตรวจที่เกิดเหตุพร้อมกับนำตัว นายชาญศักดิ์ สมประโยชน์ ผู้ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ และนายไพโรจน์ พรมธารา ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซููกิ รุ่นสวิฟท์ มายัง สภ.เมืองเชียงใหม่ และได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด โดยนายไพโรจน์ ได้ยินยอมให้ตรวจวัดซึ่งค่าผลตรวจวัดออกมาเป็นศูนย์ ส่วนนายชาญศักดิ์ นั้นไม่ยินยอมให้ตรวจวัด พนักงานสอบสวนจึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้สอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ศาลสั่งปรับ14,500-พักใบขับขี่6ด."รองอธิบดีผู้พิพากษาเมาแล้วขับ"

ด้วยกรณีดังกล่าวไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ที่จำต้องจับกุมตัวโดยทันที อีกทั้งพยานหลักฐานยังไม่แน่ชัด ประกอบกับนายชาญศักดิ์ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและสถานที่ทำงานชัดเจนแน่นอนสามารถเรียกตัวนัดมาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาได้ในภายหลัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แก่เจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย และผู้ขับขี่รถยนต์สามล้อรับจ้างสาธารณะ ได้ให้ข้อมูลที่เป็น ประยชน์ต่อคดีนำมาสอบสวนร่วมกับรายงานการสืบสวนจนได้ความชัดเจนในวันที่ 28 ธันวาคม 2564 นายชาญศักดิ์ ไปใช้บริการที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ และออกจากร้านอาหารไปประสบอุบัติเหตุตามภาพข่าว จึงมีพยานหลักฐานที่เชื่อว่าได้ นายชาญศักดิ์ ได้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา จริง อันเป็นการกระทำความผิดฐาน

ศาลสั่งปรับ14,500-พักใบขับขี่6ด."รองอธิบดีผู้พิพากษาเมาแล้วขับ"

 

1.เป็นผู้ขับขี่รถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย

2.เป็นผู้ขับขี่รถในทางชื่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่หยุดรถ และให้ความช่วยเหลือตามสมควร

3.เป็นผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา

4.ฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานสอบสวนที่สั่งให้มีการทดสอบผู้ขับขี่เมาสุรา ตามมาตรา 142 วรรคสองขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดซึ่งเพียงพอที่สามารถยืนยันการกระทำความผิดของนายชาญศักดิ์ๆ ไว้แล้ว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดแก่นายชาญศักดิ์ รับทราบในวันที่ 5 มกราคม 2565 โดยนายชาญศักดิ์ๆ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

จากนั้นได้นำตัวนายชาญศักดิ์ พร้อมด้วยสำนวนการสอบสวนส่งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตาม กฎหมาย และในวันเดียวกันนี้พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนายชาญศักดิ์ๆ ทุกข้อกล่าวหาต่อศาลแขวงเชียงใหม่ และศาลแขวงเชียงใหม่ มีคำพิพากษาลงโทษปรับรวม 14,500 บาท

ศาลสั่งปรับ14,500-พักใบขับขี่6ด."รองอธิบดีผู้พิพากษาเมาแล้วขับ"

สภ.เมืองเชียงใหม่ ในฐานะต้นธารของกระบวนการยุติธรรม ขอยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ต่อทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม เท่าเทียมกัน และขอขอบคุณอย่างสูงกับทุกชุดข้อมูลที่ได้ส่งมาให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการสืบสวน ซึ่งทำให้พนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการสอบสวนได้อย่างครบถ้วน สภ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

พ.ต.ท.สันติ คำใส รองผกก.หน.งานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า คดีนี้หลังจากเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบ หลักฐานที่นายชาญศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหา ได้เข้าไปใช้บริการร้านอาหารแห่งหนึ่ง และขับรถ มาตามเส้นทาง ที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อรวบรวมไว้ในสำนวน จากนั้นจึงได้เชิญตัวผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งนายชาญศักดิ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาทางพนักงานสอบสวนจึงได้สรุป สำนวนเสนอให้อัยการ ฟ้องต่อศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ และศาลได้มีคำพิพากษา ตามคำเผยแพร่ ในเอกสาร ของสภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งคดีนี้ ในชั้นสอบสวนถือว่าสิ้นสุดแล้ว

ข่าวล่าสุด