เหตุหมูแพง เพื่อไทย จี้ รัฐหยุดปิดข่าวโรคระบาดในหมู ทำฟาร์มปิดตัวเกษตรกรเดือดร้อน ชี้ พาณิชย์เมินแก้ปัญหาให้เกษตรกร หวั่น ตรุษจีน เนื้อหมูขาดตลาด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

30 ธันวาคม 2564 นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรในประเทศไทยกำลังประสบปัญหาหลายด้าน แม้ได้พยายามส่งเสียงเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาดูแลแก้ปัญหา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยได้ยิน และยังพยายามมองข้ามปัญหา ปิดข่าวมาโดยตลอด ไม่เคยแก้ปัญหาที่ต้นทางและออกมาตรการเยียวยาเกษตรกร ที่ต้องได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ ได้แก่

เหตุหมูแพง เพราะ รัฐปิดข่าวโรคระบาดในหมู ชี้ พาณิชย์เมินแก้ปัญหาให้เกษตรกร

1.ปัญหาโรคระบาดในสุกร ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยกำลังประสบปัญหาโรคระบาด ทั้งโรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (ASF) และโรคเพิร์ส (Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome :(PRRS) ซึ่งทำให้สุกรในฟาร์มตายเป็นจำนวนมาก เพราะเมื่อตรวจพบว่า มีการติดเชื้อจะต้องฝังกลบสุกรกว่าแสนตัวไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย เกษตรกรเจ้าของฟาร์มผู้เลี้ยงสุกรจำนวนมากต้องปิดตัวลงแบบจำยอมต่อโรค เมื่อเนื้อหมูขาดตลาด จึงทำให้ราคาขายปลีกพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี อยู่ที่กว่า 200 บาทต่อกิโลกรัม สร้างผลกระทบต่อเนื่องมาถึงภาคประชาชนที่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

2.ภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยในส่วนของเกษตรกรที่พยายามประคองฟาร์มสุกรให้อยู่รอด ทั้งราคาอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น 30% เช่น กากถั่วเลืองเพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ16 บาท เป็น 21.50 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากกิโลกรัมละ 6.50 บาท เป็น 10.5 บาท และยังมีค่าใช้จ่ายดูแลป้องกันโรคติดต่ออีกถึงตัวละ 500 บาท แต่กลับเลือกใช้วิธีเอาเนื้อหมูราคาถูกมาขายซึ่งไม่ทั่วถึง ไม่ตรงจุด

 

3.เกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ต้องแบกรับค่าปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้น โดยปุ๋ยยูเรียราคาเพิ่มขึ้นถุงละ 1,380 บาท ราคายาปราบวัชพืชทั้งกลูสิเนทที่มาใช้แทนกรัมม็อกโซน 4 ลิตร อยู่ที่ 720 บาท และสารกลูโฟสิเนท 1 ขนาด 4 ลิตร อยู่ที่ 1,350 บาท ซึ่งในท้ายที่สุดนายทุนใหญ่ได้ประโยชน์

เหตุหมูแพง เพราะ รัฐปิดข่าวโรคระบาดในหมู ชี้ พาณิชย์เมินแก้ปัญหาให้เกษตรกร

นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกษตรกร ได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ ช่วยแก้ไขปัญหาอาหารสัตว์ราคาแพงไปแล้ว แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ส่งผลให้แม่พันธุ์เสียหายกว่า 300,000 ตัว จากเดิมไทยมีแม่พันธุ์สุกร 1.1 ล้านตัว และมีแนวโน้มว่าปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 8 แสนตัว รวมถึงการผลิตหมูขุน ลดเหลือ 15 ล้านตัวต่อปี จากเดิมที่มีประมาณ 19-20 ล้านตัวต่อปี เท่ากับสูญเสียหมูขุนไปมากถึง 20-25% และหากรัฐบาลยังแก้ปัญหาไม่ได้ ระวังช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงเนื้อหมูอาจขาดตลาดได้

 

 “รัฐบาลคิดแต่นโยบายแจก แต่ไม่ได้คิดแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร เท่ากับไม่ต้องการให้อาชีพเกษตรกรอยู่คู่กับคนไทย มีแต่นายทุนและเจ้าสัวเท่านั้นที่เติบโตมั่งคั่งรวยกระจุก ส่วนเกษตรกรจนจะตาย ที่ผ่านมาถือว่าพิสูจน์ได้แล้วว่า คนไทยอยู่กันเองได้โดยไม่ต้องมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทุกอย่างอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่เกษตรกรผู้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศกลับอยู่ในสภาพขาลง” นางสาวตรีชฎากล่าว