จุรินทร์ เชื่อ จิตวิญญานประชาธิปัตย์กลับคืนสู่สงขลาแล้ว เหตุคนมาฟังปราศรัย มากกว่าติดตามผ่านโซเชียล พร้อมขอโอกาส ให้ "น้ำหอม" เป็นส.ส.หญิงคนแรกของจังหวัด แซะ พรรคร่วมรัฐบาล มารยาททางการเมืองไม่มีแล้ว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

26 ธันวาคม 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และคณะลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อมเขต 6 จ.สงขลา ช่วย น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์

 

โดยได้เดินทางไปพบปะมวลชน ที่โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายจุรินทร์ กล่าวถึงการปราศรัยเมื่อคืนนี้ (25 ธ.ค.) ที่เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา ว่า เป็นปรากฏการณ์ทางการเมือง ที่คนให้ความสนใจมาฟังปราศรัยมากขึ้น กว่าการติดตามในโซเชียล สะท้อนถึงจิตวิญญาณประชาธิปัตย์กลับคืนมาในพื้นที่จังหวัดสงขลาแล้ว

อีกทั้งเขตนี้เป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ควรจะได้รับโอกาสทำงานการเมืองต่อในอนาคต ซึ่ง น.ส. สุภาพร มีความรู้ ความสามารถ แทนนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส. สงขลา เขต 6 และทำหน้าที่แทนได้ โดยพรรคประชาธิปัตย์คิดแบบนี้

ไม่เหมือนพรรคการเมืองที่เห็นว่า เก้าอี้ว่างลง ก็ต้องส่งผู้สมัครลงแย่งชิง จึงขอโอกาสให้ น.ส.สุภาพร (น้ำหอม) ได้เป็น ส.ส.หญิงคนแรกของจังหวัดสงขลา เพื่อให้ผู้หญิงได้มีโอกาส ดูแล รับใช้ประชาชนในฐานะผู้แทน  และมั่นใจว่านายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคใต้ จะนำพาชัยชนะกลับคืนสู่พรรค

 

ทั้งนี้ยอมรับว่า การเลือกตั้งทั่วไป เมื่อครั้งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เจอสึนามิทางการเมือง ได้ ส.ส. มาเพียง 3 เขต แต่หลังจากการเลือกตั้ง อบจ. ได้ชัยชนะ ซึ่งสะท้อนถึงคะแนนนิยมของพรรคเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผลการเลือกตั้งซ่อม จ.สงขลาและ จ.ชุมพร จะส่งผลกระทบกับการเลือกตั้งใหญ่ในอนาคตด้วยหากประชาธิปัตย์ชนะ

ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคของประชาชน และอยู่กับชาวสงขลามาอย่างยาวนาน แต่ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่มองว่า การเมืองถูกแบ่งเป็น 2 ขั้ว คือ แดง กับ เหลือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่แข็งแรงพอที่จะเป็นขั้วที่ 3

 

 

ส่วนการเลือกตั้งซ่อม เขต 4 กทม. ที่มีกระแสข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ส่งผู้สมัคร ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของเพรรคพลังประชารัฐ พื่อแสดงมารยาททางการเมืองนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า

พรรคจะพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่ใช่ว่าพื้นที่ใดมีเก้าอี้ว่างลง ก็จะส่งผู้สมัครลงแข่งขันในทุกเขต แต่จะดูว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่เดิมของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

เพราะหากส่งลงแข่งขันกันเอง ก็จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย เพราะไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดจะได้รับชัยชนะก็ไม่ทำให้เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มขึ้น แต่เหมือนแนวทางนี้จะถูกลบเลือนไปก็สุดแล้วแต่