แหล่งข่าว จากป.ป.ช.กระบี่ เปิดเผยว่า ครั้งก่อนสภาพพื้นที่บนเกาะยังเป็นป่าสมบูรณ์ มีการตัดต้นไม้เพียง 2-3 ต้น แต่เนื่องจากเครือข่ายชาวบ้านแจ้งมาว่า มีชายฉกรรจ์ไม่ทราบจำนวนแอบขึ้นไปบนเกาะเมื่อประมาณวันที่ 16 ธ.ค.64 และแอบถางต้นไม้ตอนกลางคืน ชาวบ้านเห็นแต่ไม่กล้าขึ้นไป เพราะเมื่อเกาะมีโฉนด แม้จะทราบว่าออกโดยมิชอบ ก็ไม่กล้าขึ้นไปตราบใดที่กรมที่ดิน ยังไม่มีการเพิกถอนโฉนดดังกล่าว ชาวบ้านกลัวว่าจะมีการแจ้งความเอาผิด เพราะผู้เป็นเจ้าของโฉนดปัจจุบัน เป็นข้าราชการระดับสูง DSI
อย่างไรก็ตาม เมื่อชาวบ้านเห็นว่ามีการถางป่าไปเยอะแล้ว และเรื่องนี้ก็เป็นข่าวดัง สื่อหลายสำนักนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง คนกลุ่มนี้ยังกล้าขึ้นไปถางป่า และจากการขึ้นไปบนเกาะ (24 ธ.ค.64) ไม่เจอคน แต่สภาพป่าถูกถางจนราบ เว้นต้นไม้ใหญ่เพื่อบดบังสายตาจากภายนอก แต่พอขึ้นไปโล่งเตียน
แหล่งข่าวจากป.ป.ช.กระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อขึ้นไปบนเกาะนุ้ยนอก เจอเศษอาหาร เปลือกหอย และเทียนไข ไว้จุดส่องสว่างตอนกลางคืน เจอมีดพร้า และลักษณะต้นไม้ที่ถูกตัดด้วยเลื่อยยนต์ขนาดเล็ก พบมีการขึงเชือกเพื่อกางผ้าใบ มีเศษกระป๋องปลากระป๋องทิ้งไว้เกลื่อน และขวดน้ำเปล่า 30 - 40 ขวด แสดงว่า ขึ้นไปแผ้วถางตัดต้นไม้หลายวัน และจำนวนหลายคน
ที่น่าตกใจมีการเผาต้นไม้ที่ตัดฟันแล้ว โดยมีร่องรอยจุดไฟเผาเป็นกองเล็กๆ บางกองยังมีควันลอยออกมา และดูจากสภาพเศษอาหารน่าจะมีการทิ้งไว้ และลงจากเกาะเมื่อไม่นาน หลังถางต้นไม้ลงทั้งเกาะแล้ว
จากการสอบถามชาวบ้าน ตัวแทนชาวบ้านบอกว่า ชาวบ้านไม่สามารถทำอะไรได้ รอให้หน่วยงานราชการ ที่จะเข้าไปดูแล และล่าสุดมีการแจ้งไปยังนายอำเภอเกาะลันตา ให้จัดชุดลาดตระเวนไม่ให้ใครขึ้นไปทำประโยชน์บนเกาะอีก ส่วนเบื้องหลังคือใครที่กล้าสั่งคนให้ขึ้นไปทำอย่างนี้ได้ต้องไม่ธรรมดา จึงไม่เกรงกลัวกฎหมาย