ฉะนั้นแนวทางแก้ไข คือ ต้อง "คิดนอกกรอบ" ด้วยการปรับแก้ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถออกมาทำงานได้ โดยเริ่มที่ "พื้นที่พักพิงชั่วคราว บ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี" เป็นแห่งแรก เพราะมีผู้หนีภัยสงครามฯ น้อยที่สุด ราวๆ 3,000 คน
หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดำเนินการ เพื่อปิดแคมป์นี้ให้ได้แคมป์แรกเป็นการนำร่อง แล้วค่อยๆ ทยอยปิดไปเรื่อยๆ ให้เหลือน้อยที่สุด โดยนำคนในแคมป์ออกมาทำงาน แต่ต้องมีเงื่อนไข และอาจให้สัญชาติไทยในอนาคต เนื่องจากคนเหล่านี้บางส่วนเกิดในเมืองไทย และพูดไทยได้ ประกอบกับที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานเองก็ออกมาให้ข่าวว่า ต้องการแรงงานมากถึง 5 แสนคน ในช่วงเปิดประเทศ
เมื่อมีแรงงานอยู่ในบ้านของเราเองเช่นนี้ ก็ควรนำมาใช้ แต่ต้องคัดแยก และดูพฤติกรรม ตลอดจนทักษะความสามารถในการทำงาน คนที่ทำงานได้ ก็ให้ออกมาทำ และติดตามดูพฤติกรรม หากเรียบร้อยดีก็อาจจะมอบสัญชาติไทยให้ภายใน 3-5 ปี ส่วนคนที่ไม่มีทักษะความสามารถ ก็แยกไปอยู่แคมป์อื่น เพื่อลดจำนวนแคมป์ไปเรื่อยๆ ให้เหลือน้อยที่สุด
สารพัดปัญหา "ค้ายา-ค้ามนุษย์-อาวุธสงคราม"
สำหรับศูนย์พักพิงผู้หนีภัยสงครามฯ ที่บ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง ที่เพิ่งเกิดความวุ่นวาย ทางคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ และกิจการชายแดนฯ เพิ่งลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมเมื่อราวๆ 1 เดือนที่ผ่านมานี้เอง และจากการพูดคุยกับหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทราบว่า ศูนย์พักพิงฯลักษณะนี้ทุกศูนย์ มีปัญหาหลายอย่าง และกลายเป็นภัยคุกคามทางความมั่นคงอย่างแท้จริง
ปัญหาที่พบได้แก่
-ยาเสพติด
-ค้ามนุษย์
-อาวุธสงคราม (เพราะเป็นชนกลุ่มน้อย บางส่วนยังเอาใจช่วยพรรคพวกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม หรือต้องการกลับไปช่วยรบ)
-ปัญหาด้านสาธารณสุข
-ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แย่งชิงที่ดินทำกินของราษฎรไทย