ชาวเมียนมาพร้อมใจกัน "ประท้วงเงียบ" เนื่องในวันสิทธิมนุษยชนสากล เพื่อต่อต้านการกระทำที่โหดร้ายของเผด็จการทหาร ที่ถือเป็นการแสดงออกที่ "ดังที่สุด" ของชาวเมียนมา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ชาวเมียนมาทั่วประเทศได้ใช้โอกาสใน "วันสิทธิมนุษยชนสากล" ที่ตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม ทำการ "ประท้วงเงียบ" (Silent Strike) เพื่อต่อต้านการปกครองของเผด็จการทหาร ทำให้ทั้งเมืองใหญ่และเมืองเล็กตกอยู่ในความเงียบ ธุรกิจเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคย่างกุ้ง, มัณฑะเลย์, สะไกจ์, มาเกว และอิระวดี รวมถึงรัฐกะฉิ่นและรัฐชิน โดยประชาชนได้หลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์ในที่สาธารณะทุกรูปแบบ ทำให้ถนนทุกสายว่างเปล่า 

 

ชาวเมียนมาประท้วงเงียบวันสิทธิมนุษยชนสากล

บรรดาแกนนำการประท้วงเปิดเผยว่า การประท้วงเงียบของพวกเขาเป็นการไว้อาลัยให้กับการสูญเสียสิทธิมนุษยชน ภายใต้การปกครองของทหารและการต่อต้านของประชาชนต่อการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์  ที่กองทัพยึดอำนาจรัฐบาลพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่มาจากการเลือกตั้ง

 

ชาวเมียนมาประท้วงเงียบวันสิทธิมนุษยชนสากล

กำหนดการประท้วงเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ของวันศุกร์ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สาธารณะรวมทั้งตลาดสด แต่กลับไม่มีผู้คนเลยต้้งแต่เช้าตรู่ ด้านนัน ลิน โฆษกของสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยในเมียนมา ให้ความเห็นว่าการประท้วงเงียบเป็นหนึ่งในการแสดงออกถึงการต่อต้านการรัฐประหาร ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่เคยจัดประท้วงเงียบเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่เรียกความสนใจจากสื่อนานาชาติเมื่อคนหลายล้านเข้าร่วม และมันเกิดขึ้นอีกครั้งในอีก 9 เดือนต่อมา แต่สถานการณ์ได้แตกต่างออกไป ผู้คนใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น พวกเขาต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ที่ไม่ใช่เพราะยอมรับการปกครองของทหารแต่เพื่อเอาชีวิตรอด การประท้วงเงียบจึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนจะกำหนดวิถีการดำรงชีวิตของตัวเอง จะไม่ยอมให้ทหารควบคุม

 

ชาวเมียนมาประท้วงเงียบวันสิทธิมนุษยชนสากล