สาวน้อยวัย 20 ปี ตกเป็นเหยื่อของเมาแล้วขับ แต่คนเมาไม่มีปัญญาชดใช้ กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรากว่า 2 ปี ครอบครัวหวังพึ่งหลังเรียนจบ สุดท้ายโชคร้ายต้องมาดูแลลูกหวังพึ่งปฏิหาริย์ให้ลูกกลับมาเป็นปกติ เผยชีวิตต้องลำบากเพราะคนเมาแล้วขับ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความว่า มีหญิงสาวประสบอุบัติเหตุทำให้พิการกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และทางครอบครัวประสบความลำบากไม่มีเงินดูแลหญิงสาวรายดังกล่าว เนื่องจากคู่กรณีไม่มีเงินชดใช้ จึงยอมติดคุกแทน

สาวน้อยตกเป็นเหยื่อ “เมาแล้วขับ” ดับฝันครอบครัว

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่บ้านเลชที่ 39 ม.8 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พบนางพิสมัย เตจ๊ะ อายุ 45 ปี กำลังคอยดูแล น้องฝ้าย หรือนางสาวอังคณา เตจ๊ะ ลูกสาว อายุ 20 ปี ที่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หลังจากโชคร้ายประสบอุบัติเหตุ ถูกรถยนต์กระบะเมาแล้วขับพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และต้องกลายเป็นผู้ป่วยพิการติดเตียงที่บ้าน มานานเกือบสองปี

 

นางพิสมัย  บอกว่าเหตุการณ์นี้ ดับฝันน้องฝ้ายที่เคยตั้งใจไว้ว่าอยากเรียนจบและทำงานหาเลี้ยงพ่อแม่ที่ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปลี่ยนชีวิตของทุกคนในครอบครัวให้ฝันสลาย

สาวน้อยตกเป็นเหยื่อ “เมาแล้วขับ” ดับฝันครอบครัว

นางพิสมัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้น้องฝ้ายเรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนนวมินทราชูทิศ พายัพ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยระหว่างเรียนพักอยู่ที่หอพักกับเพื่อนในตัวเมืองเพราะสะดวกต่อการเดินทางไปเรียน

 

วันที่ 16 มี.ค.63 น้องฝ้ายกับเพื่อนขี่จักรยานยนต์มาเยี่ยมพ่อแม่ที่ อ.หางดง จากนั้นได้ขี่จักรยานยนต์เพื่อกลับหอพักในเวลาประมาณ 21.00 น. แต่ปรากฏว่าขณะขี่รถไปบนถนนเชียงใหม่-หางดง ขาเข้าเมือง ได้ถูกรถยนต์กระบะคันหนึ่งขับพุ่งชนท้ายอย่างแรง จนทำให้ร่างน้องฝ้ายกระเด็นไปชนเสาไฟฟ้า ศรีษะกระแทกกับเสาไฟฟ้าอย่างรุนแรง ส่วนเพื่อนได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก

 

หลังจากนั้นหน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ทีมแพทย์พยาบาลต้องทำการผ่าตัดทันทีหลังพบว่าเลือดคั่งในสมอง แต่หลังจากนั้นอาการไม่ดีขึ้น แพทย์บอกว่าให้ทำใจเพราะอาการหนักมาก แต่แม่ขอให้แพทย์ช่วยเหลือให้ถึงที่สุด เพราะไม่ต้องการสูญเสียลูกสาว ทำให้หลังจากนั้นน้องฝ้ายต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองถึง 8 ครั้ง และ ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานถึง 6 เดือน 8 วัน

สาวน้อยตกเป็นเหยื่อ “เมาแล้วขับ” ดับฝันครอบครัว

นางพิสมัย กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุเธอมีอาชีพเป็นแม่บ้านทำความสะอาดให้กับบ้านของชาวต่างชาติ ส่วนนายอาทิตย์ เตจ๊ะ อายุ 48 ปี ผู้เป็นพ่อน้องฝ้ายทำงานรับจ้างทั่วไป แต่หลังจากน้องฝ้ายกลับมารักษาตัวที่บ้าน ทั้งพ่อและแม่ต้องคอยเฝ้าดูแล แม่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ ส่วนพ่อก็ต้องคอยเปลี่ยนกันดูแลเนื่องจากน้องฝ้ายไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ 

 

ครอบครัวเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทุกคนในครอบครัวรวมถึงน้องฝ้ายยังติดเชื้อโควิด-19 โดยเธอและน้องฝ้ายอาการหนักจากเชื้อลงปอด ต้องเข้ารักษาตัวที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลนครพิงค์ โชคที่ที่น้องฝ้ายผ่านพ้นวิกฤตและกลับมาที่บ้านได้

 

สำหรับเรื่องคดีอุบัติเหตุ ศาลมีคำสั่งให้คู่กรณีมีความผิดข้อหาเมาแล้วขับและชนแล้วหนี แต่ให้รอลงอาญาและคุมประพฤติเป็นเวลา 5 ปี เมื่อเจรจาไกล่เกลี่ยทางครอบครัวเรียกร้องไป 1 ล้านบาท แต่สุดท้ายตกลงกันที่ 4.8 แสนบาท แต่คู่กรณีบอกไม่มีเงินจ่ายให้ มีเพียงพี่สาวของคู่กรณีรับปากว่าจะขอผ่อนชำระให้เดือนละ 5,000 บาท

สาวน้อยตกเป็นเหยื่อ “เมาแล้วขับ” ดับฝันครอบครัว

นางพิสมัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนประสบอุบัติเหตุน้องฝ้ายบอกอยู่เสมอว่าหลังจากเรียนจบ ม.6 จะไปเรียนต่อสายอาชีพและตั้งใจอยากทำงานเทศบาลหรือ อบต.และจะเลี้ยงดูพ่อแม่ให้สบาย แต่ความฝันกลับต้องมาพังทลายเพราะคนเมาแล้วขับ แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นแบบนี้ แต่พ่อแม่ก็ยังมีกำลังใจและจะสู้ต่อไป โดยหวังว่าซักวันจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

 

ตอนนี้พ่อกับแม่ไม่สามารถไปทำงานได้และต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลน้องฝ้าย ทั้ง ค่าอาหารทางการแพทย์ แผ่นรองซับ แพมเพิส สายซัคชั่น ผ้าทำแผล ทั้งหมดนี้รวมแล้วเดือนละเกือบหนึ่งหมื่นบาท เงินที่ได้จาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ก่อนหน้านี้ 1.7 แสนบาทก็หมดไปกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้อย่างรวดเร็ว จึงวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี 020271121889 ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี นางพิสมัย เตจ๊ะ

สาวน้อยตกเป็นเหยื่อ “เมาแล้วขับ” ดับฝันครอบครัว

ภาพ/ข่าว โดย เกรียงไกร รัตนา 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด