ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ผ่านมากว่า 30 ปี คนกรุงเทพฯ ก็ยังไม่สามารถยิ้มได้ เพราะปัญหาทั้งรถติด น้ำท่วมรอการระบายฝุ่นพิษ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการศึกษา ปัญหาด้านสาธารณสุข ยังคงไม่สามารถแก้ไขได้ แต่วันนี้ตนมั่นใจว่าปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้หากมีความเชื่อมั่น พร้อมยกตัวอย่างประเทศที่เกิดปัญหาเช่นนี้ที่สามารถแก้ปัญหาได้ ทำไมกรุงเทพฯ จะทำไม่ได้หากคนกรุงเทพฯ ให้โอกาสตนตนทำได้ ผ่านนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้
"ผมขอประกาศวิสัยทัศน์ร่วมกับคน กทม. ว่า กรุงเทพต้องเป็นเมืองสวัสดิการอันดับหนึ่งของอาเซียนที่มีคุณภาพให้ได้ ทั้งสาธารณูปโภคพื้นฐาน การศึกษาที่ฟรี การดูแลสาธารณสุข การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม กทม.จะต้องเปลี่ยนเป็นเมืองที่ทันสมัยผ่านหลักการวิศวกรรมและเทคโนโลยี เหมือนสิงคโปร์หรือโตเกียว"
ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้ว่า กทม. ต้องแสดงบทบาทผู้นำในการประสานกับจังหวัดข้างเคียงในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งเราทำได้
"ถ้าผมได้รับโอกาสเป็นผู้ว่า กทม. ผมจะทำให้ กทม. อาสาเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2036 ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนเมืองไปเป็นเมืองที่ดีขึ้นกว่าเก่าในทุกด้าน ถ้า กทม. ได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ฟุตปาธจะราบเรียบสนิท สายไฟฟ้าลงดินหมด เมืองสะอาดปราศจากมลพิษ กทม.จะเปลี่ยนแบบก้าวกระโดดทัน หากจะเปลี่ยนต้องเปลี่ยนให้สุดซึ่งเราทำได้"
ดร.สุชัชวีร์ ย้ำว่า ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. มีความสำคัญและต้องมีความรู้รอบด้าน ซึ่งตนสั่งสมประสบการณ์รอบด้านมา 30 ปี เพื่อวันนี้ ที่จะได้แก้ไขปัญหาให้คน กทม. ตนขอเป็นตัวแทนคน กทม. ทุกคน ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงมีอนาคต วันนี้ตน ดร.สุชัชวีร์ เตรียมตัวมา 30 ปี ขอโอกาสประชาชนในการสร้างอนาคตคน กทม. ร่วมกันว่า เปลี่ยน กทม. เราทำได้
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนในนามพรรคประชาธิปัตย์ขอต้อนรับ ดร.สุชัชวีร์ ในฐานะคนรุ่นใหม่และเลือดใหม่เป็นตัวแทนของพรรคในการชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และมั่นใจว่าเปลี่ยน กทม. เราทำได้แน่นอน