ทางด้าน นายสุวิทย์ อินนาม ประธานชมรม Storng จิตพอเพียงต้านทุจริตคอรัปชั่น จ.ขอนแก่น กล่าวว่า หลังรับเรื่องจากชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย จึงได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบ้องต้น ทั้งเอกสรหลักฐานที่ดิน ภาพถ่ายผ่านดาวเทียวและภาพถ่ายทางอากาศของสภาพพื้นที่ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นแนวเขตป่าสงวน หรืออาจจะคาบเกี่ยวพื้นที่อุทยาน รวมไปถึงที่ดินของสำนักสงฆ์ จึงได้รวบรวมข้อมูลและนำผู้เสียหายเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากการร้องเรียนในระดับพื้นที่นั้นล่าช้าและเรื่องก็เงียบหายไปจนชาวบ้านถูกแจ้งความจับว่าบุกรุก
จึงต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าการถือสิทธิ์ที่ดินของนายทุนดังกล่าวนั้นถูกต้องหรือไม่ การล้อมรั้วและกำหนดเขตแนวที่ดินนั้นรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่อุทยาน พื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่ของชาวบ้านหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตามยังคงมีการกระทำในลักษณะดังกล่าวของกลุ่มนายทุนในหลายพื้นที่อำเภอของจังหวัด ซึ่งหากไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ชัดและถูกต้อง ก็จะทำให้ที่ดินของชาวบ้าน รวมไปถึงที่ดินในเขตป่าสงวนหรือเขตอุทยานจะต้องตกเป็นของนายทุนได้โดยที่ชาวบ้านหรือหน่วยงานรัฐไม่รู้เรื่อง จึงถึงเวลาที่จะต้องมีการตรวจสอบภาพรวมทั้งจังหวัดตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มงวดต่อไป
ข่าว/ภาพ : พรพรรณ เพ็ชรแสน