โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียหายพาครอบครัวและเพื่อน มีผู้ใหญ่ 5 คน และเด็กอีก 3 คน อายุตั้งแต่ 3 ขวบ 6 และ 7 ขวบ ไปรับประทานอาหารที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง โดยเลือกนั่งที่แพ หลังจากที่รับประทานอาหารไปสักพัก ลูกของเธอจะไปเข้าห้องน้ำ สามีของเธอจึงลุกขึ้นเพื่อจะพาลูกไป แต่ยังก้าวไม่ทันจะพ้นจากตัวแพ ได้ยินเสียงดังกึ๊ก จากนั้นเสี้ยววินาที แพก็ล่มลงไป ทำให้ทุกคนบนแพตกลงไปในน้ำ ตอนนั้นตัวเธอตกใจมาก เป็นห่วงเด็กๆ มีลูกค้าที่นั่งในโซนอาคาร วิ่งออกมาช่วย จนทุกคนขึ้นจากน้ำปลอดภัย สามีและเพื่อนจึงลงไปงมหาโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่องที่ตกน้ำ กระเป๋าเงินและกุญแจรถ เจ้าของร้านแสดงความรับผิดชอบ เพียงแค่ไม่คิดค่าอาหารมื้อนั้น และนำโทรศัพท์มือถือไปช่วยเช็คความเสียหายให้ แต่ก็เอาไปซ่อมให้โดยพลการไม่ถามก่อน
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสอบถามเจ้าของร้านคาเฟ่ที่เกิดเรื่อง พร้อมทั้งได้พูดคุยกับ น.ส.ศิริพร โรจน์มหาวงษ์ เจ้าของร้านคาเฟ่ โดยเจ้าของร้านกล่าวว่า วันเกิดเหตุเป็นวันเสาร์ ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุตนเองไม่ได้อยู่ที่ร้านออกไปทำธุระข้างนอก แต่พอทราบข่าวว่ามีลูกค้าที่มานั่งทานอาหารที่ซุ้มแพ แล้วแพเกิดล่มตนเองก็ได้รีบกลับมาพอมาถึงก็ได้ให้เด็กที่อยู่ในร้านออกไปดูแลลูกค้า ตนเองก้ได้เดินไปสอบถามลูกค้าว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ซึ่งลูกค้าก็บอกไม่ได้มีใครบาดเจ็บ ตนเองจึงขอโทษลูกค้าที่เหตุการดังกล่าวเกิดขึ้น
จากนั้นตนเองก็ได้ให้เด็กที่ร้าน ช่วยกันงมโทรศัพท์มือถือที่ตกลงไปในน้ำ ขณะที่พนักงานในร้าน กำลังงมโทรศัพท์มือถือ ลูกค้าผู้เสียหายได้พูดขึ้นว่า พี่รู้ไหมว่าตัวเขาทำธุระกิจภายใน 10 นาที มีสายเข้ามาอย่างน้อย 20 สาย ซึ่งตนเองก็กังวนใจ จึงรีบนำโทรศัพท์มือถือของลูกค้าไปซ่อมที่ร้านแห่งหนึ่ง