Black Friday ในสหรัฐฯ ปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะนอกจากจะมีเรื่องโควิดระบาดแล้ว พฤติกรรมการซื้อของของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปด้วย เพราะหันไปซื้อของผ่านทางออนไลน์กันหมดแล้ว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

บรรยากาศการชอปปิงในเทศกาลลดราคาสินค้า Black Friday ในสหรัฐฯ ปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงา มีคนออกมาซื้อของกันตามร้านค้าปลีกน้อยกว่าทุกปี แม้ว่าบางร้านจะมีลูกค้ามาต่อคิวตั้งแต่ตี 5 เพื่อรอซื้อของที่ลดราคาและมีแค่ไม่กี่ชิ้น แต่บรรยากาศก็ไม่คึกคักเท่าไร ซึ่งสาเหตุ ก็มีหลายอย่าง ทั้งเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด การลดราคาที่ไม่ดึงดูดเหมือนปีก่อนๆ และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคที่หันไปซื้อของทางออนไลน์กันเกือบหมดแล้ว 

Black Friday ปีนี้เงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนก่อนโควิด ร้านค้าปลีกทั่วสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นห้างทาร์เก็ต เมซี่ และ วอลมาร์ต เข้าใจดีว่าลูกค้าหันไปซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น จึงได้จัดพนักงานส่วนใหญ่ให้ไปอยู่ในแผนกขายของออนไลน์และจัดส่งสินค้า ซึ่งสหพันธ์การค้าปลีกในสหรัฐฯ คาดว่าในปีนี้ ยอดขายสินค้าในช่วงนี้จะเพิ่มสูงขึ้น 8.5% - 10.5% หรือมูลค่าประมาณ 843 ล้าน ถึง 859 ล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคในสหรัฐฯ มีความพร้อมที่จะใช้จ่ายเงินในช่วงเทศกาลวันหยุด เนื่องจากช่วงที่โควิดระบาดหนัก ประชาชนไม่ค่อยได้ใช้จ่ายเงิน จึงมีเงินเหลือเก็บกันมาก และยังได้รับเงินช่วยเหลือก้อนใหญ่จากรัฐบาล เพียงแต่ว่าแทนที่จะไปต่อคิวรอซื้อของกันกลางอากาศที่หนาวเย็น ก็เปลี่ยนมาซื้อของทางออนไลน์กันแทน

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด