เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง สัญญาณเตือน "ลมแดด" ที่เจ้าของหมา-แมวต้องรู้ก่อนสายเกินไป

02 พ.ค. 2569

STORY: ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง สัญญาณเตือน "ลมแดด" ที่เจ้าของหมา-แมวต้องรู้ก่อนสายเกินไป

อากาศร้อนแบบนี้… คุณแน่ใจแล้วหรือว่าน้องหมา-น้องแมวที่บ้านปลอดภัยดี?

เมื่ออุณหภูมิบ้านเราพุ่งทะลุ 40 องศา หลายคนรีบหาที่แอร์เย็นหรือดื่มน้ำเพื่อลดความร้อน แต่รู้หรือไม่ว่า "สัตว์เลี้ยงของเรา" ไม่มีสิทธิ์เลือกแบบนั้น และอาจกำลังเผชิญกับอันตรายที่เราคาดไม่ถึงอยู่เงียบ ๆ

 

🔵 [ทำไมหมา-แมวถึงเสี่ยงกว่าเรา?]

ความแตกต่างที่สำคัญมากคือ "วิธีระบายความร้อน" มนุษย์เราใช้การขับเหงื่อทั่วร่างกาย แต่สุนัขทำไม่ได้แบบนั้น พวกมันพึ่งพาการ "หอบ" ซึ่งช่วยระเหยความชื้นจากลิ้นและปอด ส่วนแมวใช้การเลียตัวเองเพื่อให้น้ำลายระเหยพาความร้อนออกไป

 

ฟังดูเหมือนพอไหว แต่ในวันที่อากาศร้อนและความชื้นสูง เช่น สภาพอากาศแบบเมืองไทย กลไกเหล่านี้จะล้มเหลวอย่างรวดเร็ว เพราะอากาศชื้นทำให้ความระเหยไม่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นหมายความว่า สัตว์เลี้ยงของเราเสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกมากกว่าที่เราคิด

 

แล้วถ้าน้องของเราเริ่มหอบหนักขึ้น คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาต้องวิ่งหาหมอแล้ว?

🔵 [สัญญาณอันตราย ที่เจ้าของต้องหยุดสังเกตทันที]

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสัญญาณเตือนของภาวะฮีทสโตรกเริ่มต้นจากสิ่งที่ดูธรรมดา แต่อย่าประมาท:

 

- 🌡️ หอบหนักผิดปกติ น้ำลายไหลมาก เซื่องซึม

- 😵 กระวนกระวาย สับสน ไม่ตอบสนอง

- 🤢 อาเจียน ท้องเสีย หรือล้มฟุบกะทันหัน

- 🔴 เหงือกเปลี่ยนเป็นสีแดงสดผิดปกติ

 

และในกรณีที่รุนแรงที่สุด อาจเกิดอาการชักหรือหมดสติ ซึ่ง "ความเสียหายต่ออวัยวะภายในอาจเกิดขึ้นแม้อุณหภูมิจะสูงกว่าปกติเพียงไม่กี่องศา" — นี่คือเหตุผลที่ทุกวินาทีมีความหมาย

 

โดยเฉพาะเจ้าของ ปั๊ก เฟรนช์บูลด็อก หรือแมวเปอร์เซีย ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสายพันธุ์หน้าสั้นเหล่านี้อาจเผชิญอันตรายถึงชีวิตได้ ภายใน 10 นาที เท่านั้น!

🔵 [ปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ก่อนถึงมือสัตวแพทย์]

ดร.ทูรายา ดับบาค คไนส์เซอร์ สัตวแพทย์ ให้แนวทางปฐมพยาบาลที่สำคัญมากไว้ว่า "ให้ใช้น้ำเย็นกว่าอุณหภูมิร่างกายสัตว์ค่อย ๆ ราดไปบนตัว แต่ห้ามราดโดนหัวหากสัตว์หายใจลำบาก และห้ามเอาผ้าขนหนูเปียกคลุมตัว เพราะจะดักจับความร้อนไว้ข้างใน ให้วางผ้าเปียกไว้ใต้ตัวสัตว์แทน"

 

ขั้นตอนหลักที่ต้องทำทันที:

1. ย้ายน้องไปที่ร่ม อากาศถ่ายเท

2. ราดน้ำเย็น (ไม่ใช่น้ำแข็ง) บนตัว

3. วางผ้าเปียกใต้ตัว ไม่ใช่คลุมทับ

4. โทรหาสัตวแพทย์ทันที แม้อาการจะดูดีขึ้นแล้ว เพราะความเสียหายภายในอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

 

🔵 [ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าเสียใจทีหลัง]

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการปรับพฤติกรรมประจำวัน โดยสัตวแพทย์แนะนำว่า "อย่าพาสุนัขเดินเล่นเมื่ออุณหภูมิเกิน 28 องศาเซลเซียส" ควรเปลี่ยนไปเดินช่วงเช้าตรู่หรือหัวค่ำแทน

 

เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยชีวิตน้องได้: วางมือบนพื้นผิวถนน 5 วินาที หากรู้สึกร้อนเกินทน พื้นนั้น "ร้อนเกินไปสำหรับอุ้งเท้าน้องด้วย"

 

และสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในช่วงหน้าร้อน คือการทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในรถ แม้จะแง้มหน้าต่างก็ตาม เพราะอุณหภูมิในรถพุ่งสู่ระดับอันตรายได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

 

ในยุคที่สภาพภูมิอากาศโลกยิ่งทวีความรุนแรง การ "รู้สัญญาณ รู้วิธีช่วย และรู้ทัน" คือสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนต้องมีติดตัวไว้ตลอดหน้าร้อน