“จุลพันธ์” ป้อง “สุริยะ” ชี้ปมโยกอธิบดีฝนหลวง เป็นเกมการเมือง
02 พ.ค. 2569

ไม่มีอะไรในกอไผ่! "จุลพันธ์" หัวเราะร่วนปมเจ้าที่แรงกระทรวงเกษตรฯ ยันโยกย้ายอธิบดีฝนหลวงทำตามขั้นตอน ป้อง "สุริยะ" บริสุทธิ์ใจ ชี้เป้าเป็นเกมการเมืองจ้องดิสเครดิต
ข่าว
02 พ.ค. 2569

ไม่มีอะไรในกอไผ่! "จุลพันธ์" หัวเราะร่วนปมเจ้าที่แรงกระทรวงเกษตรฯ ยันโยกย้ายอธิบดีฝนหลวงทำตามขั้นตอน ป้อง "สุริยะ" บริสุทธิ์ใจ ชี้เป้าเป็นเกมการเมืองจ้องดิสเครดิต
2 พฤษภาคม 2569 กระแสการเมืองร้อนระอุ หลังมีการร้องเรียนเรื่อง จริยธรรม กรณีการโยกย้ายข้าราชการใน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย ออกมาเคลื่อนไหวปกป้องการตัดสินใจของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ โดยระบุว่าการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อขับเคลื่อน นโยบายรัฐบาล เป็นเรื่องสามัญทางการเมือง พร้อมย้ำชัดว่า การตรวจสอบงบประมาณเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐมนตรี ไม่ใช่การแทรกแซงตามที่ถูกกล่าวหา
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีผู้เตรียมไปร้องเรียนจริยธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีการโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ จากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ว่า ถือเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ใคร ๆ ก็สามารถดำเนินการได้ และเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะเป็นผู้วินิจฉัยต่อไป
แต่ในส่วนของทางพรรคเพื่อไทย จากการรับฟังก็มีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของนายสุริยะ ซึ่งเหตุการณ์ถือว่า ค่อนข้างชัดเจน เพราะมีการประสานเข้าไปพูดคุย ก่อนหน้าที่พวกตนเองจะมาเป็นรัฐบาลตั้งแต่สมัยเป็นฝ่ายค้านแล้ว ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวเนื่องกัน และหากนายสุริยะจะฝากให้ไปพบปะพูดคุยกับใคร ก็คงจะโทรหาแป๊บเดียวก็จบ ดังนั้นจึงมองว่า ไม่ได้มีกระบวนการในการใช้อำนาจหน้าที่ใด ๆ
ส่วนเรื่องของการไปดูเรื่องงบประมาณ ตนเองที่อยู่กระทรวงแรงงาน ก็ได้เชิญหน่วยงานทุกหน่วยงานเข้ามาพูดคุย เพื่อจะทำคำของบประมาณประจำปี 2570 และตนเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการ จะต้องเป็นผู้เซ็นเข้า จะไม่รู้คำขอเลยก็เป็นไปไม่ได้ และส่วนของกระทรวงแรงงานช่วง 1-2 สัปดาห์ ก็ประชุมกันหลายครั้งมาก เพื่อจะดูว่าจะลำดับความสำคัญของคำขออย่างไร ที่จะส่งไปยังสำนักงบประมาณในการพิจารณาต่อ
มองว่า “การขอดูงบประมาณจากหน่วยงานรัฐ ทุกกระทรวงก็ทำกันไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นเรื่องธรรมดาที่รัฐมนตรีว่าการต้องทราบ เพราะต้องเซ็น และฟังดูก็ไม่มีอะไรในกอไผ่”
ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนโยกย้ายข้าราชการ ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติ เพื่อให้การขับเคลื่อนในแต่ละส่วนงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบาย การเปลี่ยนรัฐบาลก็มีการขับเคลื่อนนโยบายที่แตกต่างกัน ดังนั้นเรื่องพวกนี้อยู่ที่เจ้ากระทรวงจะพิจารณา
ส่วนมองว่า เป็นเกมการเมืองของฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ นายจุลพันธ์ ระบุว่า "นาทีนี้คงใช่แล้วล่ะ ต้องยอมรับว่า มีการโดดเข้ามารับลูกอะไรต่าง ๆ เป็นจังหวะทางการเมือง ดังนั้นมั่นคงเข้าไว้ เอางานเป็นหลัก พวกผมที่คุยในพรรคเพื่อไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรี ทุกคนเร่งรัดการทำงาน เราทำงานไม่มีวันหยุด เราต้องเร่งผลงานเพื่อให้ประชาชนเห็นการทำงานของพวกเรา เอาผลของงานเป็นหลัก"
ส่วนพรรคเพื่อไทยหวั่นใจหรือไม่ หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า กระทรวงเกษตรน่ะเจ้าที่แรง นายจุลพันธ์ ระบุว่า ไม่ได้หวั่นอะไร พร้อมหัวเราะ แล้วพูดว่า
“เจ้าที่แรงหมายถึงของเก่าใช่หรือไม่” ตนเองเชื่อว่า พรรคเพื่อไทย อยู่ได้ด้วยนโยบายมาโดยตลอด วันนี้ทุกกระทรวงเน้นการขับเคลื่อนนโยบายให้กับประชาชน ในส่วนของข้าราชการ รัฐบาลเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมาเราเปลี่ยนเจ้ากระทรวงไปแล้วกี่คน อธิบดีหรือปลัดกระทรวงทำงานให้ใครบ้าง ทุกสีมีครบ เป็นสีรุ้งได้เลย"
ฉะนั้นเราคงไม่ได้ไปดูในจุดนั้น แต่การขับเคลื่อนนโยบายตามที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา จะสามารถขับเคลื่อนได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า ข้าราชการทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ ในการที่จะรับเอานโยบายของรัฐบาล ที่มีกระบวนการถูกต้องตามกฎหมายไปขับเคลื่อน
ส่วนพรรคเพื่อไทยหรือนายสุริยะ จะต้องทำความเข้าใจกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มีความกังวลเรื่องปัญหาจริยธรรมเป็นหลัก นายจุลพันธ์ ระบุว่า รัฐบาลจากเหตุการณ์ในหลายรัฐบาลที่แล้วโดยเฉพาะรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องที่หลายรัฐบาลต้องระมัดระวัง โดยนายอนุทิน ก็หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาตลอด ซึ่งนายสุริยะมีการพูดคุยกับนายอนุทินอยู่เป็นประจำ และรับทราบว่า มีการชี้แจงทำความเข้าใจว่า เกิดอะไรขึ้น และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีรับทราบ และดำเนินการตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรดำริมาที่คณะรัฐมนตรี
ข่าวล่าสุด