เนชั่นทีวี

ข่าว

ให้ออกจากราชการแล้ว “จ่าเสือ" ปมเปิดบ่อนไฮโลหลอกเหยื่อ

02 พ.ค. 2569

ให้ออกจากราชการแล้ว “จ่าเสือ" ปมเปิดบ่อนไฮโลหลอกเหยื่อ

รองจเรฯ ลงพื้นที่พัทลุงติดตามคดี "จ่าเสือ" เปิดบ้านเล่นไฮโล หลอกเหยื่อสูญเงิน-ทองนับแสน ล่าสุดสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมกำชับดูแลความปลอดภัยผู้เสียหาย

2 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญ พร้อมพบปะผู้เสียหายกรณีปรากฏคลิปวิดีโอ กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพฤติการณ์เป็นเจ้ามือไฮโล และหลอกลวงชักชวนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้พิการทางสมองให้ร่วมเล่นการพนัน จนสูญเสียทรัพย์สินเป็นเงินจำนวนมาก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายพีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) พร้อมด้วยนางยุพาภรณ์ (สงวนนามสกุล) ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. ได้มีนายครรชิต หรือ ดาบตำรวจครรชิต (สงวนนามสกุล) หรือ “จ่าเสือ” ชักชวนให้ไปเล่นการพนันภายในบ้านพัก และร่วมเล่นกับบุคคลอื่นอีก 2 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเครือญาติของผู้ถูกกล่าวหา

ให้ออกจากราชการแล้ว “จ่าเสือ" ปมเปิดบ่อนไฮโลหลอกเหยื่อ

ผลจากการเล่นพนันดังกล่าว ทำให้นายพีรศักดิ์สูญเสียเงินจำนวนหนึ่ง และได้มีการยืมเงินสดจำนวน 10,000 บาท รวมถึงนำสร้อยคอทองคำมูลค่าประมาณ 100,000 บาท ไปจำนำเพื่อนำเงินมาเล่นต่อ ก่อนจะสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดในที่สุด

ต่อมาผู้เสียหายได้แจ้งให้บิดามารดาทราบเพื่อช่วยไถ่ถอนทรัพย์สิน และเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ดาบตำรวจครรชิตฯ ออกจากราชการไว้ก่อน

ให้ออกจากราชการแล้ว “จ่าเสือ" ปมเปิดบ่อนไฮโลหลอกเหยื่อ

ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ได้มอบหมายให้สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   

นอกจากนี้ นางยุพาภรณ์ และนายพีรศักดิ์ ผู้เสียหาย ได้เข้าขอความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กับ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่าถูกฝ่ายคู่กรณีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่มาอย่างต่อเนื่อง     

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยได้สั่งการให้มีการสอบสวนทั้งทางอาญาและวินัยอย่างละเอียด รอบคอบ และเป็นธรรม  ซึ่งสำนักงานตำรวจภาค 9 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนในเรื่องวินัย

เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้นายดาบครรชิตฯ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นทุกเรื่องที่มีการร้องเรียนก็จะมีการสอบสวนอย่างละเอียด 

ขณะเดียวกัน ก็ได้คุยกับผู้เสียหายที่ร้องเรียนแล้ว ให้มั่นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งเรื่องคดีอาญาและวินัย ในเรื่องของวินัยนั้นมีพยานหลักฐานมีมูลที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์ของการบริหารงาน ก็ใช้อำนาจผู้บังคับบัญชาในการให้นายดาบตำรวจ ออกจากราชการไว้ก่อน   

ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายถูกข่มขู่เอาชีวิต รวมถึงครอบครัวนั้น จะให้ผู้เสียหายและให้นายดาบตำรวจดังกล่าว เข้ามาพบพูดคุยทำความเข้าใจกันอีกครั้ง ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เพราะฉะนั้นไม่ควรมีเหตุติดใจกันอีก โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยของครอบครัวผู้เสียหาย และตนเองจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของตำรวจไทย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ