ชลบุรี-ปฎิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 สั่งสอบแก๊งตำรวจล่อซื้อรถกรรโชกทรัพย์เหยื่อป้าวัย 70 ปี ย้ำหากว่ามีตำรวจเกี่ยวข้อง หรือมีมูลกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยให้ดำเนินการทันทีแล้วรายงานให้ ภ.2 ทราบภายใน 7 วัน  พร้อมสั่งให้คุ้มครองผู้ร้องเรียน และพยาน

24 พฤศจิกายน 2564 จากกรณีนางอำไพ วัชวาทิน อายุ 70 ปี ได้เข้าร้องทุกข์กับพ.ต.อ.เมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี รรท.สภ.เมืองพัทยา หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่จังหวัดชลบุรี ล่อซื้อรถหลุดจำนำเป็นรถยนต์หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ซึ่งเป็นรถที่ติดต่อซื้อขายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจยศนายดาบสภ.บางละมุงในราคา 200,000 บาท แต่เมื่อนำไปขายทอดตลาดต่อ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล่อซื้อขอตรวจสอบจนมีปัญหากันก่อนจะแยกย้ายกันไป เหตุเกิดที่ภายในสถานีนำ้มันริมถนนสุขุมวิทพัทยากลาง 

ปฏิบัติหน้าที่ผบช.ภ.2 สั่งสอบแก๊งตำรวจล่อซื้อรถกรรโชกทรัพย์เหยื่อ

ต่อมามีการเผยแพร่คลิปการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดนอกเครื่องแบบจำนวนหลายนายที่เข้าไปล่อซื้อรถกับนางอำไพ พร้อมผู้บังคับบัญชา ภายในบ้านของผู้เสียหาย โดยในคลิปการเจราจา ทางนางอำไพ พูดจาต่อว่าด่าทอการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยเสียงดุดัน และสั่งให้คนในบ้านบันทึกภาพเหตุการณ์ครี้งนี้ไว้ด้วย แต่ยังไม่มีตำรวจที่อยู่ในวงเจรจาออกมาชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด 

ปฏิบัติหน้าที่ผบช.ภ.2 สั่งสอบแก๊งตำรวจล่อซื้อรถกรรโชกทรัพย์เหยื่อ

ล่าสุดพล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ปฎิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ทำหนังสือถึง  ผบก.ภ.จว.ชลบุรี โดยคำสั่งระบุว่า กรณีนางอำไพ วัชวาทิน ร้องเรียน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกรรโชกทรัพย์ ด้วยปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์ นางอำไพ วัชวาทิน ร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยศดาบตำรวจ สภ.บางละมุง 1 นาย ดาบตำรวจ สภ.เมืองพัทยา 1 นาย

ปฏิบัติหน้าที่ผบช.ภ.2 สั่งสอบแก๊งตำรวจล่อซื้อรถกรรโชกทรัพย์เหยื่อ

ทราบชื่อเล่นว่า ดาบนัท-ดาบเทนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข 5 นาย ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยก่อนเกิดเหตุ ดาบนัท และดาบเทนได้นำรถยนต์มาจำนำกับผู้ร้อง ในราคา 200,000 บาท  ภายหลังได้ขอให้ผู้ร้องช่วยนำรถที่จำนำไว้ขายทอดตลาด โดยดาบนัท และดาบเทน ออกอุบายส่งเพื่อนเข้ามาต่อรองซื้อรถ และตกลงซื้อขายรถกันได้

 

ปฏิบัติหน้าที่ผบช.ภ.2 สั่งสอบแก๊งตำรวจล่อซื้อรถกรรโชกทรัพย์เหยื่อ

โดยผู้ร้องนัดทำสัญญาที่ สภ.บางละมุง แต่ผู้ซื้อขอเปลี่ยนสถานที่เป็นภายในปั๊มน้ำมันข้างโรงเรียนเมืองพัทยา ปากทางพัทยากลาง และได้พบชายฉกรรจ์ 5  คน แสดงตนอ้างว่าเป็นไฟแนนช์ จะมาขอตรวจยึดรถ แต่ผู้ร้องไม่เชื่อและขอตรวจสอบเอกสารจากไฟแนนซ์ ชายทั้ง 5  คน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข

พร้อมแสดงบัตรข้าราชการดำราจให้ตรวจสอบอย่างถูกต้อง พร้อมขู่บังคับ ลากดัน หวังอุ้มผู้ร้อง ให้ขึ้นรถไปรีดเงินที่โรงพัก ผู้ร้องจึงโทรศัพท์หาญาติที่เป็นนายตำรวจจึงรอดมาได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ต.ค.64  เวลา 15.10 น. ผู้ร้องได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.สก.เมืองพัทยา ไว้แล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงร้องเรียนขอความเป็นธรรม

 

เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ ภ.จว.ชลบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากปรากฏว่า มีข้าราชการตำรวจผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีมูลกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ให้ดำเนินการไป ตามอำนาจหน้าที่ แล้วรายงาน ให้ ภ.2 ทราบ ภายใน 7 วัน 

 

อนึ่ง การดำเนินการให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ ว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 และพิจารณาให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน พยาน หรือบุคคลผู้ให้ข้อมูลอย่าให้ได้รับอันตรายหรือความไม่ชอบธรรมอันเนื่องมาจากการร้องเรียนนี้ อย่างเคร่งครัด