ทฤษฎีโคโรนาไวรัสที่เป็นต้นกำเนิดของโควิด-19 หลุดรอดออกมาจากห้องปฏิบัติการทดลอง (แล็บ) ของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ยของจีน ได้กลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเผยแพร่เอกสารภายใต้กฎหมายเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร ตามคำร้องของกลุ่ม "White Coat Waste Project" ที่ระบุถึงที่มาของค้างคาวและการที่ไวรัสหลุดออกจากห้องแล็บที่อู่ฮั่นว่า ไม่ใช่สองทฤษฎีที่แข่งขันกันว่าเรื่องไหนเป็นไปได้ แต่เป็นเรื่องจริงทั้งคู่ ทั้งยังเกี่ยวโยงกันด้วย
เอกสารงานวิจัยที่รัฐบาลสหรัฐฯให้ทุนสนับสนุน ชี้ว่า "ไวรัสบานัล-52" (Banal-52) หรือ ไวรัสค้างคาวใน สปป.ลาว มีข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมด (genome) ใกล้เคียงกับไวรัสซาร์ส-โคฟ-ทู (Sars-Cov-2) ถึง 96.8% ส่วนคำถามที่ว่า มันเริ่มระบาดที่อู่ฮั่นที่อยู่ไกลจาก สปป.ลาว มากกว่า 1,600 กิโลเมตร ได้อย่างไรนั้น ในอีเมลการสื่อสารระหว่างทีมนักวิจัย "EcoHealth Alliance" กับหน่วยงานจัดหาทุนของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รั่วออกมา ระบุว่า พบไวรัสบานัล-52 จากค้างคาวใน สปป.ลาว เมื่อเดือนกันยายน และตัวอย่างถูกส่งจากสปป.ลาว ไปศึกษาวิจัยที่ห้องแล็บในอู่ฮั่น