รองโฆษกเพื่อไทย จี้ รัฐบาล อย่าละเลยธุรกิจปางช้าง-คนเลี้ยงช้าง เหตุ ไม่มีนักท่องเที่ยว ขาดรายได้ จากผลกระทบล็อกดาวน์ประเทศ หวัง รอเงินเยียวยา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

21 พฤศจิกายน 2564 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากได้ลงพื้นที่พูดคุยช่วยเหลือกลุ่มคนเลี้ยงช้างตกงานและเครือข่ายปางช้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ร่วมกับนายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย นำตัวแทนผู้เดือดร้อนเข้ามาสะท้อนปัญหาและข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้กลไกการตรวจสอบของสภาช่วยเหลือผู้เลี้ยงช้างและธุรกิจปางช้างที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ประเทศ เนื่องจากกลุ่มผู้เลี้ยงช้างและปางช้างสร้างอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมาโดยตลอด แต่กลับถูกละเลยจากภาครัฐไม่ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือ สร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ ปางช้างถูกปิดจึงจำเป็นต้องผลักดันช้างและควาญออกจากพื้นที่เพื่อระงับรายจ่าย ควาญจึงตกงานกลับภูมิลำเนา ขาดแคลนรายได้ แบกรายจ่ายค่าขนส่งช้างไปภูมิลำเนาและค่าเลี้ยงดูช้างมหาศาล มีช้างป่วยล้มตาย ปางช้างมีหนี้สินล้นพ้นตัว จึงอยากเสนอเป็นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการออกมาตรการดังนี้

1. ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายพื้นฐานให้แก่ปางช้างที่ยังให้ที่พักพิงแก่ช้างเพื่อประคองธุรกิจและลดการเคลื่อนย้ายช้างกลับถิ่น ตลอดจนจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือควาญช้างโดยผูกกับฐานข้อมูลช้างในระบบที่มีการฝังไมโครชิพไว้อยู่แล้ว 

 

2. พักชำระหนี้ หรือการให้เงินกู้แบบปลอดดอกเบี้ยแก่ผู้ประกอบการปางช้าง และควาญช้าง ที่ต้องกู้เพื่อประคองตัวในช่วงที่ผ่านมา 

 

3. ประสานไปยังท้องถิ่นแต่ละจังหวัด ให้พิจารณาจัดสรรพื้นที่ป่าชุมชน หรือพื้นที่ว่างเปล่าของหน่วยราชการให้ใช้เป็นที่ปลูกหญ้าและอยู่อาศัยชั่วคราวแก่ควาญและช้างตกงาน 

 

4. ให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเปิดให้ควาญช้างลงทะเบียนช้างเข้าระบบภายใต้โครงการ “ช้างคืนถิ่น” และเปิดกรอบงบประมาณสนับสนุนดูแลช้างในโครงการเพิ่มเติม วางแผนขยายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ “กินอยู่กับช้าง” ในจังหวัดสุรินทร์เชื่อมต่อการท่องเที่ยวที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณช้างที่เข้ามาอยู่ในระบบเพิ่มขึ้น

“ผมไม่แน่ใจว่าการเปิดประเทศจะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวได้มากน้อยแค่ไหน เป็นห่วงกลุ่มผู้เลี้ยงช้างและปางช้างที่ต้องระแวงระวัง หากเปิดปางช้างแล้วต้องปิดซ้ำ กลัวจะได้ไม่คุ้มเสีย  แต่อย่างน้อยผมเชื่อว่า กมธ.ที่ดินฯ จะมีแนวทางหาทางออกผ่อนเบาความทุกข์ร้อนและข้อเรียกร้องของผู้เลี้ยงช้างเหล่านี้ส่งไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ให้เข้าอกเข้าใจทุกข์ร้อนความยากลำบากของพี่น้องประชาชนอย่างที่พูดบ้าง ” นายชนินทร์ กล่าว