"ปางช้างแม่สา" ดีเดย์กลับมาเปิดบริการ 15 มิ.ย.63 ประกาศยกเลิกเก็บค่าเข้าชมปรับโฉมบริการรับมือยุคNew Normal งดนั่งช้าง-งดการแสดงช้าง เน้นเที่ยวปางช้างแบบปลอดภัยชมธรรมชาติตามวิถีชีวิตช้าง คู่ขนานเดินหน้าโครงการปลดโซ่ช้าง พร้อมเปิดพื้นที่ให้มัคคุเทศก์ตกงานเข้ามาขายสินค้า ยอมรับปิดบริการไป 2 เดือนรายได้หายวันละ2แสนบาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
นางสาวอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปางช้างแม่สา จำกัด เปิดเผยว่าปางช้างแม่สาได้ปิดบริการชั่วคราวตามนโยบายของภาครัฐในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด19 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 ทำให้ "ปางช้างแม่สา" ต้องสูญเสียรายได้ไปกว่าวันละ 200,000 บาท และต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายวันละกว่า 130,000-160,000 บาท เนื่องจากยังต้องดูแลอาหารการกินของช้าง จำนวน 78 เชือก จนต้องปรับตัวด้วยการขายของที่ระลึกเกี่ยวกับช้างและเปิดร้านกาแฟพอมีรายได้เข้ามาวันละ 1,000-2,000 บาทเท่านั้น


"ปางช้างแม่สา"ปลดโซ่ช้างยุค New Normal


ล่าสุด ทางปางช้างแม่สาได้เตรียมกลับมาเปิดบริการในวันที่ 15 มิถุนายน 2563โดยให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรีจากเดิมที่เคยคิดค่าเข้าชมอีกทั้งรูปแบบจะเปลี่ยนไปให้สอดคล้องกับยุคNew Normal โดยเพิ่มจุดคัดกรองการวัดอุณหภูมิ ประตูพ่นฆ่าเชื้อ จุดล้างมือตลอดจนให้นักท่องเที่ยวทุกคนใส่หน้ากากอนามัย รวมทั้งกำหนดเส้นทางเข้าออกใหม่พร้อมกันนี้ ยังได้ยกเลิกการแสดงช้าง และการนั่งช้างทั้งหมดแต่มีการแบ่งโซนให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับช้างด้วยความเป็นธรรมชาติและมีความปลอดภัยมากที่สุด และขอให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลช้าง ด้วยการอุดหนุนอาหาร ร้านค้าของที่ระลึกและร้านกาแฟแทน ตลอดจนการบริจาคตามความประสงค์ของผู้รักช้าง


"ปางช้างแม่สาต้องการคืนอิสรภาพให้กับช้างจึงได้เดินหน้าโครงการปลดโซ่ช้าง ในกลุ่มของช้างสูงวัยที่เป็นเพศเมียซึ่งได้ทดลองให้ช้างได้มีอิสรภาพมาตั้งแต่ปลายปี 2562ทำให้ช้างกลุ่มนี้มีอิสระมีเพื่อน มีโอกาสได้เดินร่วมกันเป็นโขลง โดยช้างที่ได้ปลดโซ่นั้นได้นำเข้ามาอยู่ในคอกแบบใหม่จากเดิมแค่ 1 ชั้น ตอนนี้ก็ทำเพิ่มเป็น 2 ชั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวซึ่งเราต้องการให้ทุกอย่างมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด ส่วนช้างพลายที่มีกว่า 31 เชือก ยังไม่มีการปลดโซ่ แต่ได้จัดบริเวณป่าใกล้พื้นที่ของปางช้าง"นางสาวอัญชลี กล่าว

"ปางช้างแม่สา"ปลดโซ่ช้างยุค New Normal

พร้อมกันนี้ ทางปางช้างแม่สายังได้ปรับพื้นที่ใหม่ให้เกิดการกระจายของนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นและได้จัดพื้นที่ให้กับมัคคุเทศก์ที่ตกงานสามารถเข้ามาขายของได้โดยช่วงแรกจะช่วยกันประคับประคองไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งทางปางช้างมองว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นเช่นเดิมเมื่อไหร่แต่อย่างน้อยก็มั่นใจว่า การส่งเสริมให้มีการเที่ยวภายในประเทศจะช่วยให้คนไทยออกมาเที่ยวกันตามปกติซึ่งทางปางช้างมีความพร้อมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของช้างและสถานที่ศึกษาดูงานกระบวนการทำปุ๋ยมูลช้าง