ปัจจุบัน GAP เป็นเพียงแนวปฏิบัติที่ทำด้วยความสมัครใจ ไม่ได้กำหนดเป็นมาตรฐานภาคบังคับขั้นต่ำ การพัฒนายังอยู่ในวงจำกัด ผลผลิตต่ำและต้นทุนสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ที่สำคัญวัตถุดิบอาหารสัตว์โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการต้องนำเข้าภายใต้มาตรการทางภาษีและไม่ใช่ภาษี ทำให้ราคาวัตถุดิบไม่มีเสถียรภาพเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปยังอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ภาคปศุสัตว์ และอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ทำให้ผู้ใช้ต้องหันไปหาวัตถุดิบชนิดอื่นทดแทน เช่น ข้าวสาลี ปลายข้าว DDGS (Dried Distillers Grains with Solubles ผลิตภัณฑ์ที่เหลือจากขบวนการผลิตเอทานอลด้วยข้าวโพด)
“วัตถุดิบอาหารสัตว์ คิดเป็นต้นทุนการผลิตประมาณ 60% ของการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งข้าวโพดเป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญทั้งของอาหารสุกรและสัตว์ปีก ขณะที่ราคามีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตขยับตามกลไกการตลาดและมีผลต่อราคาเนื้อสัตว์โดยตรง” นายพรศิลป์ ย้ำ
จากผลการศึกษานโยบายทางการค้าสาหรับวัตถุดิบทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมของประเทศไทย ของนักวิชาการ จากภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเสนอต่อกระทรวงพาณิชย์ ยกเรื่องมาตรฐาน GAP เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไทยต้องเร่งดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาผลผลิตในประเทศขาดแคลน ยกระดับมาตรฐานการผลิตและราคา ควบคู่กับการจัดระบบการนำเข้าวัตถุดิบและวัตถุดิบทดแทนที่เป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในอนาคต