ผู้ก่อการร้ายเหิมดักซุ่มยิงรถยนต์ชุดสืบนราธิวาส หนีไม่รอดถูกรวบได้คนพร้อมอาวุธปืนสงคราม 4 กระบอก เตรียมขยายผลเครือข่าย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้ก่อการร้าย ใช้อาวุธปืนสงครามดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ศชต. ขณะนั่งรถยนต์กระบะไปราชการพื้นที่ จ.นราธิวาส เหตุเกิดริมถนนในพื้นที่ ม.3 ต.สุวารี เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (16 พ.ย.64) หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.เสกสรร เรืองฤทธิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมี จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.แวสาแม สาและ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ 4 ประตูยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กค 4330 นราธิวาส จอดอยู่ริมถนนสภาพมีรอยถูกกระสุนปืนที่บริเวณกระจกหน้า กระจกหลัง กระจกประตูด้านคนขับ และล้อยางหลังด้านคนขับแตก แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ตามรวบทันควันผู้ก่อการร้ายดักซุ่มยิงชุดสืบนราธิวาส
       

และขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้รับแจ้งจากทหารพรานชุดจรยุทธ์ กรมทหารพรานที่ 46 ซึ่งกำลังเดินเท้าลาดตระเวนห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 1 กม. จับกุมคนร้ายเอาไว้ได้ 1 คน ทราบชื่อต่อมา คือ นายอามีร ดอแต อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 96/2 ม.4 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พร้อมรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีแดง ทะเบียน 1 กข 5755 ยะลา 

ตามรวบทันควันผู้ก่อการร้ายดักซุ่มยิงชุดสืบนราธิวาส
                   

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดอาวุธปืนสงคราม 4 กระบอก เป็น อาวุธปืน เอ็ม.16 จำนวน 2 กระบอกและอาวุธปืน AK47 จำนวน 2 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายอามีร พร้อมของกลางไปยังฐานปฏิบัติการชั่วคราวของกรมทหารพรานที่ 46 ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดสวนธรรม อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

ตามรวบทันควันผู้ก่อการร้ายดักซุ่มยิงชุดสืบนราธิวาส
             

จากการสอบถามนายอามีร ทราบว่า หลังจากที่ตนได้รับโทรศัพท์จากกลุ่มคนร้ายซึ่งมีประมาณ 7 คน ได้ลงมือก่อเหตุดักซุ่มยิงรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศชต.แล้วเสร็จ ก่อนหลบหนีได้โทรศัพท์มาหาตน เพื่อเดินทางมารับอาวุธปืนสงครามทั้ง 4 กระบอกนำไปซุกซ่อนเพื่อที่จะใช้ก่อเหตุครั้งต่อไป

ตามรวบทันควันผู้ก่อการร้ายดักซุ่มยิงชุดสืบนราธิวาส


              แต่ระหว่างที่ตนขี่รถจักรยานยนต์นำอาวุธปืนทั้ง 4 กระบอกไปซุกซ่อนนั้น ตนได้พบกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน จึงได้จอดรถจักรยานยนต์แล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานไล่ติดตามจนตนถูกจับเอาไว้ได้
ซึ่งการให้การของนายอามีร ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบกลุ่มและจำนวนคนร้ายที่ก่อเหตุแล้วในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆ เนื่องจากต้องนำไปขยายผลถึงเครือข่าย เพื่อที่จะทำการสืบสวนสอบสวนในการจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
  

จากการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.อนุชา ลูกจันทร์ ซึ่งเป็นพลขับรถยนต์กระบะหุ้มเกราะของชุดสืบสวน ศชต.พร้อมพวก 4 นาย นั่งโดยสารรถยนต์จาก ศชต. อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อไปราชการในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางขึ้นเขายือลาแป ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามดักซุ่มยิงใส่รถยนต์ ที่ตนขับมาจำนวนหลายสิบนัด ถูกรถยนต์ได้รับความเสียหาย แล้วตนได้ฝืนขับรถยนต์กระบะไปขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ประสานไปยังหน่วยจรยุทธ์ที่เดินลาดตระเวนบนเชิงเขา

 

และทหารพรานได้ลงมาจากเชิงเขาและเดินลาดตระเวนตามถนนสายดังกล่าว จู่ๆ พบเห็น รถจักรยานยนต์กำลังแล่นจะผ่านมา โดยมีชายฉกรรจ์ขับมาเพียง 1 คน พร้อมถุงกระสอบด้วยท่าทีมีพิรุธ เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานชายคนดังกล่าวได้จอดรถจักรยานยนต์แล้วถือถุงกระสอบแบกหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้วิ่งไล่ตามจนสามารถจับกุมเอาไว้ได้

ตามรวบทันควันผู้ก่อการร้ายดักซุ่มยิงชุดสืบนราธิวาส

ภาพ/ข่าว : ณรงค์  นวลสกุล จ.นราธิวาส