ขณะที่นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กล่าวว่า ทราบว่าป่าไม้แห่งนี้ถูกปลูกขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2485 สมันสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือประมาณ 80 ปีที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้นำเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้ามาปลูก และในขณะเดียวกันยังได้ไปปลูกไว้ที่ควนตำหนักจันทร์ อ.กันตัง อีกกว่า 80 กว่าต้น ถือว่าเป็นป่าพะยูงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
“วันนี้เมื่อเราสูญเสียไปอีกจำนวน 4 ต้น ก็เสียใจเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนเราสูญเสียญาติผู้ใหญ่ไป และต้องขอขอบคุณกำนัน ที่พยายามรักษาทรัพยากรส่วนนี้ และต่อสู้เพื่อปกป้องมาด้วยชีวิต อยากฝากถึงคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว อย่างน้อยก็ให้คิดว่ารักษาไว้ให้ลูกหลายเถอะ”
ที่ผ่านมาผืนป่าแห่งนี้ ได้จัดกิจกรรมหลายภาคส่วน ทั้งการบวชป่า เพื่อรักษาไว้ให้เป็นสมบัติของโลก โดยหลังจากเกิดเหตุ ท่านชวน หลีกภัย ก็ได้สั่งการและกำชับมายัง พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก. ภ.จว.ตรัง ให้ติดตามเรื่องนี้และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะครั้งที่ผ่านมา ทางกำนันได้จับกุมคนร้ายไว้ได้ แต่ไม่สามารถที่จะดำเนินคดีได้หลังจากส่งตัวให้ตำรวจแล้ว
สำหรับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จ.สงขลา มีพื้นที่ป่าในความรับผิดชอบ ที่ ต.บางหมาก อ.กันตัง จำนวนหลายแปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 5,200 ไร่ ส่วนแปลงที่เกิด มีเนื้อที่ทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน และมีไม้พะยูงทั้งหมด 44 ต้น แต่ช่วงที่ผ่านมา ถูกคนร้ายพยายามตัดไม้แล้วหลายครั้ง เนื่องจากจุดเกิดเหตุ อยู่ติดกับถนนตรัง-กันตัง ทำให้ง่ายต่อการลักลอบเข้าไป
อีกทั้งไม้พะยูงก็มีราคารับซื้อสูงมากถึงกิโลกรัมละ 30,000 บาท เพราะเป็นที่ต้องการของนายทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม้จำนวน 3 ต้น ที่ถูกลักลอบตัดในครั้งนี้หนักต้นละประมาณ 3 ตันหรือ 3,000 กิโลกรัม หากสามารถเคลื่อนย้ายนำออกไปจำหน่ายถึงมือนายทุนได้ จะอยู่ที่มูลค่าประมาณ 270,000,000 บาท
ภาพ/ข่าว โดย : ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม จ.ตรัง