ภูเก็ต - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการกรมชลประทานเพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำ 3 แห่งจ.ภูเก็ต รองรับการใช้น้ำให้ได้ปีละ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร ดันพื้นที่รอบเป็นแหล่งท่องเที่ยวและออกกำลังกาย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

                นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดภูเก็ต โดยได้เดินทางไปตรวจความพร้อมและศักยภาพในการรองรับน้ำของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต 
                โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) หน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน จ.ภูเก็ต ให้การต้อนรับ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์การใช้น้ำของ จ.ภูเก็ต
                สั่งเพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง จ.ภูเก็ต

              นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำของจังหวัดภูเก็ต ว่า จังหวัดภูเก็ต มีจำนวนประชากรกว่า 4 แสนคน มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประมาณปีละ 14 ล้านคนในช่วงก่อนเกิดโควิด มีปริมาณการใช้น้ำอุปโภคบริโภคปีละประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร มีโรงงานผลิตน้ำประปาในพื้นที่ 20 แห่ง มีอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง สามารถเก็บน้ำดีรวมประมาณ 21.53 ล้านลูกบาศก์เมตร 

สั่งเพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง จ.ภูเก็ต
                ซึ่งปริมาณน้ำต้นทุนยังมีน้อยกว่าความต้องการใช้น้ำของประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภคและบริโภคในช่วงหน้าแล้ง จึงต้องมีการบริหารจัดการน้ำที่ดี และเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำให้ได้มากขึ้น รวมทั้งการทำแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำตามจุดต่างๆ ด้วย
              ด้านนาย.เฉลิมชัย ศรีอ่อน กล่าวภายหลังรับฟังบรรยายสรุปและดูพื้นที่ ว่า หากจังหวัดภูเก็ตจะเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว และเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต ภูเก็ตจะต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนที่จะใช้ประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ทั้งหมด รวมทั้งในส่วนของเอกชน ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

สั่งเพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง จ.ภูเก็ต  
                

              ดังนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องน้ำของภูเก็ต จึงได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่ เช่น การเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำ เช่น อ่างเก็บน้ำคลองกระทะ ก็จะมีการเสริมสันเขื่อนแบบฝายพับได้ ซึ่งจะทำให้เก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นอีก 400,000 ลูกบาศก์เมตร, ขยายขุมน้ำที่มีอยู่กว่า 100 แห่งให้สามารถเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น การทำแก้มลิง เป็นต้น 
                 และสิ่งสำคัญคือ การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เช่น หน้าฝนให้ใช้น้ำจากธรรมชาติ ส่วนหน้าแล้งให้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำต่างๆ ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่สามารถใช้ได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ดังนั้นขอให้ความมั่นใจกับคนภูเก็ตว่า กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำอย่างแน่นอน

สั่งเพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง จ.ภูเก็ต
                  อย่างไรก็ตามโอกาสนี้ยังได้เดินทางไปพบปะกับน้องประชาชนชาว ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต บริเวณขุมน้ำข้างวัดฉลอง ซึ่งได้มีการเรียกร้องขอให้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ โดยนายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต ได้นำเสนอแนวทางและขอสนับสนุนงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว
                     โดยระบุว่า ต้องการของสนับสนุนงบประมาณในการวางท่อส่งน้ำจากคลองกะทะมายังขุมน้ำข้างวัดฉลอง เพื่อให้เทศบาลตำบลฉลองนำน้ำไปใช้ผลิตประปาแจกจ่ายพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนน้ำ และขอให้กรมชลประทานดำเนินการปรับพื้นที่บริเวณสันเขื่อนทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองกระทะ อ.เมืองภูเก็ต อ่างเก็บน้ำบางวาด อ.กะทู้ และอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ อ.ถลาง เพื่อให้ประชาชนให้เป็นพื้นที่ในการออกกำลังกาย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย
                ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับปากว่า จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามที่ทางพื้นที่เสนอมาทั้งในส่วนของ อบจ.ภูเก็ต และเทศบาลตำบลฉลอง โดยการวางท่อส่งน้ำจากคลองกระทะมายังขุมน้ำข้างวัดฉลองนั้น คาดว่าจะใช้งบดำเนินการประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ส่วนการปรับภูมิทัศน์บริเวณสันเขื่อนให้เป็นสถานที่ออกกำลังกายและสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ก็พร้อมสนับสนุน และรับไปประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

สั่งเพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง จ.ภูเก็ต

ภาพ/ข่าว โดย : สาลินี  ปราบ จ.ภูเก็ต