นายอรุณทร เล่าอีกว่า ตนตั้งใจที่จะลงมือฆ่านายสุพรรณ เพียงคนเดียว แต่ปรากฏว่านางเพ็ญนภา ได้เห็นหน้าตนแล้ว จึงได้ลงมือฆ่าด้วย เพราะกลัวความผิด ส่วนสาเหตุตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา นายสุพรรณ ผู้ตาย ชอบพูดจากระแหนะกระแหนตนมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ตนเสพยาเสพติด หรือไม่ว่าตนจะทำอะไรก็ชอบนำไปพูดในทางไม่ดี และในทางเสียหาย
รวมทั้งกลั่นแกล้งทุกอย่าง ไม่ว่าตนจะทำอะไร ตนจึงฝังใจมาโดยตลอด จึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวขึ้นโดยตั้งใจและเตรียมการไปแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ในเมื่อตนทำไปแล้วก็พร้อมรับโทษตามกฎหมาย และเสียใจเป็นอย่างมาก และอยากจะขอโทษญาติผู้เสียชีวิตด้วย และรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง
ด้านนายสวาท พ่อผู้ต้องหา (เสื้อฟ้า) กล่าวว่า ตนเองมีลูก 3 คน คนก่อเหตุเป็นคนที่ 2 ส่วนนายสุพรรณ ผู้ตาย ตนเองรู้จักและสนิทเป็นอย่างดี โดยมีนิสัยดี แต่พูดจาโผงผาง และไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกชายและนายสุพรรณมีปัญหาคาใจกันอยู่ ส่วนนิสัยของลูกชายเป็นคนฉุนเฉียว และเสพยาบ้า ดื่มน้ำกระท่อมมากว่า 10 ปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุตนเองก็อยู่บ้าน และเห็นลูกชายเอามีดพร้าพร้อมขับรถออกไป
โดยที่ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะลูกชายจะพกมีดพร้าเล่มดังกล่าวอยู่เป็นประจำ และจะลับจนคมกริบอยู่เสมอ จนกระทั่งเมื่อลูกชายกลับมาบ้าน ได้เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำทันที แต่ตนก็ยังไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจเข้ามาที่บ้าน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองเสียใจเป็นอย่างมาก รู้จักกับนายสุพรรณก็เป็นคนดี ตนเองก็ได้แต่เสียใจกับครอบครัวผู้ตายด้วย
อย่างไรก็ตามนายอรุณทร ยังคงให้การวกวนอยู่ในบางประเด็น เนื่องจากฤทธิ์ของยาบ้านที่เสพไป ซึ่งยังคงต้องควบคุมตัวไว้ให้อาการดีขึ้น ทางพนักงานสอบสวนจึงจะได้สอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง และในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะผู้ต้องหาพบว่าเป็นสีม่วง เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ส่วนการจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่นั้น ยังคงอยู่ในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากหวั่นความปลอดภัยของผู้ต้องหา อาจจะถูกรุมประชาทัณฑ์หรือถูกทำร้ายได้ เนื่องจากญาติผู้เสียชีวิตโกรธแค้นเป็นอย่างมาก ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.