ทว่า การดำเนินการของรัฐบาลในปัจจุบัน กลับพยายามใช้ใบบัวปิดเฉพาะส่วนหางช้าง ขาช้าง และท้องช้างบางส่วนเท่านั้น ขณะที่ลำตัวช้างขึ้นไปจนถึงหัวช้างและควาญช้าง แทบไม่ถูกแตะต้อง ทำให้สังคมตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า
การทุจริตระดับมหึมาเช่นนี้ จะสามารถปกปิดได้จริงๆ หรือ?
จุดพลิกเกม "โกงสอบ" และปฏิบัติการตัดตอน
กรณีโกงสอบท้องถิ่นครั้งมโหฬารนี้ กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนสำคัญก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยในวันนี้ (26 ก.ค. 2569) มีการจัดสอบท้องถิ่น "สายบริหาร" เป็นงานแรกภายใต้ความรับผิดชอบของ "รักษาการเซมเบ้" นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรม สถ. โดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้จัดสอบ พร้อมมาตรการเข้มงวดและติด GPS รถขนส่งข้อสอบ
มีรายงานว่า "รักษาการเซมเบ้" เตรียมประกาศข่าวดีเกี่ยวกับการตรวจสอบและจัดเรียงรายชื่อ "ตัวจริง" เพื่อส่งให้ กสถ. ประกาศรับรองใหม่ โดยจะมีการยกเลิกมติ กสถ. ครั้งก่อนๆ ที่เคยประกาศรับรองผลสอบไปแล้ว 3 รอบ ซึ่งจะส่งผลให้รายชื่อเดิมถูกเพิกถอนโดยปริยาย แต่วิธีการนี้จะไม่ประกาศชื่อต่อสาธารณะเพื่อป้องกันการฟ้องร้อง ด้านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีแนวโน้มจะไม่เข้าร่วมประชุม ก.กลาง เพื่อเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย
ตำรวจจ่อสรุปคดี ลุ้นหมายจับเพิ่ม "2 ผอ."
ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคมนี้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนัดสรุปสำนวนคดี หลังจากก่อนหน้านี้ได้ออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 4 ราย รวมถึง ดร.วิน น้องสาวจ่าพิชิต และ "นายกภา" จากจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นกรรมการ กสถ.
นอกจากนี้ ต้องลุ้นระทึกกับการออกหมายจับบิ๊กข้าราชการระดับ ผอ. ในกรม สถ. และหน่วยงานผู้รับจ้าง เช่น "ผอ.พ." คนสนิทบิ๊ก สถ., "ผอ.ร.", รวมถึงกระแสข่าวการออกหมายจับ "ผอ.กองช่าง" ของเทศบาล 2 แห่งในจังหวัดนนทบุรี (ผอ.พริก และ ผอ.เจี๊ยบ) ซึ่งเป็นระดับปฏิบัติการ
ฉากทัศน์การตัดตอน: หมัดเหล็ก, ไม้นวม, หรือปุยนุ่น?
มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะเลือกแนวทาง "ตัดจบ"
คดีนี้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ
1.ระดับสูงสุด (หมัดเหล็ก): แจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารกรม สถ. ระดับ 10 ที่รับผิดชอบการจัดสอบและเกี่ยวข้องกับแฟลชไดรฟ์ในตู้เซฟ รวมถึง "ผอ.พ." และพรรคพวก
2.ระดับรอง (ไม้นวม): แจ้งความดำเนินคดีเฉพาะ "ผอ.พ." และ "ผอ.ร." ก่อนปิดฉากคดี
3.ระดับเบาสุด (ปุยนุ่น): ไม่แจ้งความใครเพิ่ม โยนเรื่องให้ ป.ป.ช. และรอผลสอบสวนวินัยร้ายแรงของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น
หากเป็นเช่นนี้จริง จะสวนทางกับความเป็นจริงที่สังคมและฝ่ายค้านรับรู้ เพราะขบวนการนี้มีกลไกบ้านใหญ่และล็อบบี้ยิสต์หนุนหลัง แต่รัฐบาลกลับเลือกเชือดแค่ปลาซิวปลาสร้อย เพื่อไม่ให้สาวไปถึงหัวช้างและหน้าอกช้างที่มีข้อมูลยืนยันว่ามี "ซี 10" เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน
"ทวี สอดส่อง" แฉ "ปล้นบูรพากลางแดด" เตรียมซักฟอก
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยในที่ประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่มีการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อประกาศผลสอบ
นอกจากนี้ ยังพบพิรุธในการจัดจ้าง โดยปกติหน่วยงานจะเลือกใช้มหาวิทยาลัยที่มีประสบการณ์สูงอย่าง มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเคยจัดสอบปี 2560 และ 2564 ที่มีผู้สมัครหลายแสนคนโดยไม่มีข้อผิดพลาด และมหาวิทยาลัยบูรพาก็เป็นผู้ชนะการประมูลครั้งนี้ แต่กลับถูก "ปล้นกลางแดด" ด้วยการเปลี่ยนสัญญาในภายหลัง นำมหาวิทยาลัยบูรพาออก แล้วสับเปลี่ยนให้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์จัดสอบท้องถิ่นเข้ามารับงานแทน โดยมีการอ้างคำสั่งของผู้บริหารระดับสูงและอธิบดีกรมที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลของ พ.ต.อ.ทวี ชัดเจนว่า คนที่เสนอ และลงนาม ถ้าเรียกกันตามรหัส ต้องไปย้อนดูว่าเป็น “สถ.เท่าไร” และ “มท.เท่าไร” เช่น (มท.1 มท.2 มท.3 มท.4 หรือ สถ.1 สถ.2 สถ.3 ฯลฯ) เชื่อว่าข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน