พล.ต.ต.ธวัชชัย พงศ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความพยายามในการรวบรวมพยานหลักฐานในการหาตัวคนร้ายเป็นอย่างมาก เพราะคนร้ายเผากล้องวงจรปิดเกือบทั้งหมด ทำให้ต้องอาศัยการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่อื่น จนสามารถได้ภาพของคนร้ายขณะหลบนี้ จากกล้องตำรวจทางหลวงเส้นทางเชียงใหม่-ฝาง และภาพที่ชัดเจนว่ายืนยันรูปพรรณสันฐานของคนร้ายตรงกับที่พนักงานให้การ คือกล้องของด่านตรวจยาเสพติดแก่งปั้นเต๊า ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทำให้เจ้าหน้าที่แกะรอยต่อไปจนสามารถตามไปจับกุมเอาไว้ได้ พร้อมทั้งมีดที่ใช้จี้ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุและขับหลบหนี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากระทำจริงและทำเพียงคนเดียว โดยบอกว่าไม่ได้มีการเตรียมการอะไรมาก่อน แต่จากพฤติกรรมของผู้ต้องหา มีการเตรียมการ แต่เตรียมการวางแผนแบบรวดเร็ว ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่การสอบสวนอีกครั้ง
ด้าน พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ขณะนี้จากการสอบสวน พบว่าเหตุจูงใจของผู้ต้องหา คือ การประสงค์ต่อทรัพย์ แต่จากการเผาทำลายเป็นการพยายามทำลายหลักฐาน ซึ่งการวางเพลิงถือว่ามีโทษหนัก ขณะนี้มูลค่าความเสียหายของร้านสะดวกซื้ออยู่ประมาณ 3-4 ล้านบาท โดยพนักงานสอบสวนได้มีการแจ้งข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะโดยมีอาวุธ วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดย เกรียงไกร รัตนา / ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
-------