นายพนมศักดิ์ ขันทองคำ อายุ 45 ปี สท.ตำบลหนองบัวบาน ผู้อยู่ในเหตุการณ์และช่วยระงับเหตุ เปิดเผยว่า เมื่อวานช่วงเที่ยง นายบิ๊กมีอาการคุล้มคลั่งเหมือนขาดยาถือมีดวิ่งรอบหมู่บ้าน ลูกสาวผู้ตายวิ่งไปบอกตนโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาช่วยควบคุมตัวไปรักษาอาการพอรถกู้ชีพฯ และตำรวจมาถึงนายบิ๊กก็วิ่งหลบหนีก่อนจะวิ่งหลบหนีเข้าไปในบ้านของผู้ตาย ตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เกลี้ยกล่อมอยู่เกือบ 1 ชม.ก็ไม่ยอมออกมาจากบ้าน จึงงัดหน้าต่างบ้านเข้าไปในบ้านพบว่าในมือนายบิ๊กมีมีด จึงพากันถอยออกมา และนายบิ๊กก็ยังคงอยู่ในอาการหวาดระแวง เพราะมีตำรวจล้อมบ้านทั้งสองฝั่ง ก่อนที่นายบิ๊กจะใช้มีดปาดคอและใบหน้าของป้า เมื่อรู้ว่าผู้ตายถูกหลานชายทำร้าย จึงพากันตัดสินใจบุกเข้าไปควบคุมตัวนายบิ๊ก และนำตัวผู้ตายรีบส่ง รพ.หนองวัวซอ เพื่อช่วยเหลือชีวิตและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายบิ๊ก มีอาชีพรับจ้างทั่วไป เคยมีประวัติเรื่องยาเสพติดและจิตประสาทระยะหลังคงขาดยารักษาอาการต่อเนื่อง ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นแต่ไม่รุนแรงขนาดนี้ในส่วนของเรื่องยาเร่งรากที่ใช้แช่มันสำปะหลัง ซึ่งคาดว่าขณะที่นายบิ๊กเกิดอาการคลุ้มคลั่งแล้ววิ่งหยิบมาดื่มโดยไม่รู้ตัว เพราะอยู่ในอาการหลอนยาบ้าด้วย ก่อนก่อเหตุสลดฆ่าปาดคอป้าแท้ๆของตัวเอง
น.ส.วิไล จำปีหอม อายุ 39 ปี เพื่อนบ้านของผู้ตาย เล่าว่า วันเกิดเหตุตนก็ยืนอยู่ใกล้บ้านของผู้ตาย เห็นตำรวจและชาวบ้านวิ่งไล่จับนายบิ๊กไปรอบหมู่บ้าน แล้วก็วิ่งเข้าไปหลบในบ้านผู้ตาย ซึ่งตนรู้สึกกลัวและตกใจมาก โดยเห็นนายบิ๊กผลักยายเข้าไปในบ้าน จนยายล้มแล้วก็ปิดล็อคประตูหน้าต่างไว้ และกลัวว่านายบิ๊กจะมาทำร้ายตน จึงวิ่งหลบหนีไปที่อื่น เพราะในมือนายบั๊กมีมีด ตนมารู้อีกทีว่านายบิ๊กฆ่าปาดคอป้าแท้ๆก็รู้สึกสลดหดหู่ใจ และเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่คิดว่าหลานจะฆ่าผู้ตายได้ลงคอ คิดเพียงแค่ว่าคงจะขังยายไว้เป็นตัวประกันเฉยๆ
ด้าน พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังสอบปากคำผู้ต้องหาแล้วเสร็จได้มาที่บ้านของผู้ตาย เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติม จากการพูดคุยกับญาติทราบว่านางจิตได้เลี้ยงดูนายพิทักษ์ฯหรือนายบิ๊กมาตั้งแต่เล็กหลังพ่อเสียชีวิต และแม่ก็เพิ่งเสียชีวิตไป 1 ปีกว่า โดยนายพิทักษ์ฯ อ้างว่าได้เสพยาบ้า ดื่มเหล้า และดื่มยาเร่งรากมันสำปะหลัง จึงเกิดอาการหลอนขาดสติ ทางเราจึงมาหาพยานหลักฐานในส่วนนี้เพิ่มเติม
จากการสอบถามญาติทราบว่า นายพิทักษ์ฯเป็นบุคคลที่น่าสงสาร และอยู่ในการดูแลของผู้ตายและญาติ สาหตุของอาการคลุ้มคลั่งคาดว่า นายพิทักษ์ฯ อาจจะมีการเสพยาเสพติดและเหล้ามาก่อนก่อเหตุ ในส่วนเรื่องการดื่มยาเร่งรากนั้น ต้องสอบสวนพยานอีกครั้ง หากพบจะส่งพิสูจน์และตรวจสอบว่ามีสรรพคุณเช่นไรทำให้มีอาการคลุ้มคลั่งรุนแรงแบบนี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบว่า ยาเร่งรากไม่ควรนำไปดื่มจนเกิดอาการและเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ และแจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดย - เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์