สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือน ก.ย. 2564 พร้อมดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นางสาวสภัทร์พร  ธรรมาภรณ์พิลาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2564 มีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้ความร่วมมือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับลูกหนี้

 

ประกอบด้วย การลดค่างวด การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ การเปลี่ยนประเภทหนี้จากระยะสั้นเป็นระยะยาว การพักชำระค่างวด การพักชำระเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และการพักชำระเงินต้นและลดอัตราดอกเบี้ย จำนวนทั้งสิ้น 329 ราย ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้จำนวน 12,315 บัญชี

 

สศค. เร่งแก้ปัญหา “หนี้นอกระบบ” จัดการไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

โดยจังหวัดที่ผู้ประกอบธุรกิจให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  1. นครราชสีมา (2,498 บัญชี)
  2. กรุงเทพมหานคร (1,244 บัญชี)
  3. ขอนแก่น (867 บัญชี)

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2564 สศค. ได้ออกประกาศ สศค. เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้สอดคล้องกับการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ย อัตรากำไรจากการให้สินเชื่อ ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมอื่นใดสำหรับการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์แบบมีหลักประกันจาก “ร้อยละ 36 ต่อปี แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)” เป็น “ร้อยละ 33 ต่อปี แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)”

 

สศค. เร่งแก้ปัญหา “หนี้นอกระบบ” จัดการไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

 

ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564 และการกำหนดแนวทางการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระสำหรับการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้สอดคล้องกับพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

 

สำหรับภาพรวมการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2564 มีจำนวนผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้วสะสมสุทธิ 1,012 ราย ใน 75 จังหวัด

 

ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (591 ราย)  รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง (172 ราย) ภาคเหนือ (131 ราย) ภาคตะวันออก (66 ราย) และภาคใต้ (52 ราย) ตามลำดับ

 

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2559 ที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์จนถึงสิ้นเดือน ส.ค. 2564 ได้มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 1,044,352 บัญชี รวมเป็นวงเงิน 15,358.52 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 14,706.27 บาทต่อบัญชี

 

สศค. เร่งแก้ปัญหา “หนี้นอกระบบ” จัดการไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

 

มีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

(1) สินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์  ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์สะสมสุทธิทั้งสิ้น 888 ราย ใน 74 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 863 ราย ใน 74 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (79 ราย) กรุงเทพมหานคร (70 ราย) และขอนแก่น (51 ราย)

 

(2) สินเชื่อประเภทพิโกพลัส  ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2564 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัสสะสมสุทธิทั้งสิ้น 163 ราย ใน 50 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 149 ราย ใน 46 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 1 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร) โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (25 ราย) อุดรธานี (10 ราย) อุบลราชธานีและกรุงเทพมหานคร (จังหวัดละ 8 ราย)

 

(3) ภาพรวมสถานะสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2564 มียอดสินเชื่อคงค้างจำนวนทั้งสิ้น 211,249 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 4,409.39 ล้านบาท

โดยมีสินเชื่อค้างชำระ 1 - 3 เดือน สะสมรวมทั้งสิ้น 29,675 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 638.26 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.48 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม และมีสินเชื่อค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) สะสมรวมจำนวน 30,365 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 796.89 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18.07 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังคงดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคีแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559 จนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายจำนวนสะสม 10,094 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. 2564 จำนวน 97 ราย

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่เปิดดำเนินการได้ทางเว็บไซต์ www.1359.go.th และสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายได้โดยตรงที่

  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599
  • ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567
  • ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359
  • ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.)
  • โทร. 0 2575 3344

 

สศค. เร่งแก้ปัญหา “หนี้นอกระบบ” จัดการไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท