ไม่จบ! ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ ใช้ข้อบังคับตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     ความคืบเหตุชุมนุม หน้า สน.ดินแดง เพื่อ ไว้อาลัยแด่ นายวาฤทธิ์ สมน้อย เยาวชน อายุ 15 ปี ที่ถูกยิงบริเวณศรีษะ กระสุนฝังบริเวณไขสันหลังส่วนบน หน้า สน.ดินแดง ในคืนวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ซึ่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้น (อ่านรายละเอียด)

     บรรยากาศเวลา 19.30 น. ที่ถนนมิตรไมตรี เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนชน (คฝ.) เข้ากระชับพื้นที่ หน้าสน.ดินแดง โดยตรึงกำลังบริเวณสวนป่าวิภาวดี มีการจอดรถกระบะนับ 10 คัน พร้อมกำลังชุดเคลื่อนที่ไวจำนวนมาก ริมทางเท้า ตั้งแต่ข้างโรงควบคุมคุณภาพน้ำดินแดง ถ.ประชาสงเคราะห์ ซอย 11 ถึง ซอย 13 ส่งผลให้การจราจรค่อนข้างติดขัดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง และตำรวจจนครบาล สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ ขับรถยนต์ 5 คัน กวาดต้อนกลุ่มวัยรุ่นที่รวมตัวหน้า สน.ดินแดง มาจอดที่บริเวณประชาสงเคราะห์ ซอย 12 โดยระบุว่า จะเปิดการจราจร

     ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ โบกสะบัดธงชาติ พร้อมบีบแตรถอยร่นไปยัง ถ.ประชาสงเคราะห์ มุ่งหน้าฝั่งห้วยขวาง มีการตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่กรณีนายวาฤทธิ์เสียชีวิต หน้า สน.ดินแดง แต่ทางการยังไม่สามารถจับมือปืนได้ ด้านชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขาย ร่วมบันทึกภาพเหตุการณ์

ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังควบคุม

ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังควบคุม

ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังควบคุม

 


 

     เวลา 19.30 น. เยาวชนขี่รถจักรยานยานยนต์ไปรวมตัวที่บริเวณ หน้า ร.ร.พร้อมพรรณวิทยา ก่อนเกิดเสียง ดังคล้ายประทัดดังขึ้นบริเวณที่ดินเปล่า ตรงข้าม ร.ร.พร้อมพรรณวิทยา หลายครั้ง ขณะที่ ตำรวจถอยกลับไปยัง สน.ดินแดง ต่อมา เยาวชนรุกคืบมาที่บริเวณ 3 แยกองค์พระ ถ.ประชาสงเคราะห์ ก่อนปาขวดแก้ว และประทัด ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเติมกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว จากแยกประชาสงเคราะห์ มายังจุดเกิดเหตุ โดยกลุ่มเยาวชนขี่รถจักรยานยนต์กลับไปทาง ร.ร.พร้อมพรรณ ดังเดิม

ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังควบคุม

ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังควบคุม

ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังควบคุม
 

     เวลา 20.15 น. เกิดเสียงดังคล้ายประทัด 3 ครั้ง ก่อน ตามมาด้วยเสียงพลุ ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงกวาดต้อนกลุ่มวัยรุ่นออกจากบริเวณรอบ สน.ดินแดง ขณะที่หน้า สน.ดินแดง นางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้า ยังคงยืนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้ พะเยา และมวลชนจำนวนหนึ่งร่วมสังเกตการณ์โดยสงบ 

จากนั้นได้เกิดเหตุชุลมุนเมื่อผู้ชุมนุที่ไปรวมตัวบริเวณ แยกองค์พระ (โรงกรองน้ำ) ได้ยิงพลุไฟเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่รุกกำลังเข้าใส่ผู้ชุมนุม แต่ถูกชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว รวมตัวกันขับไล่ บอกให้กลับไป สน.ดินแดง เพื่อให้เหตุการณ์สงบ ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ชุมนุมได้เพิ่มอีก 1 คน นอกจากนี้ยังตรวจค้นเจอหนังสติ๊กและปืนแก๊ป เด็กเล่น ในกลุ่มผู้ชุมนุมหญิงอีกประมาณ 2-3 คน ก่อนจะคุมตัวไปสอบสวน ส่วนตำรวจยอมถอยไปที่ สน.ดินแดง 

เวลา 20.39 น. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินบุกเข้ามาคุยกับกลุ่มชาวบ้านที่ตะโกนโห่ไล่ตำรวจ จนเกิดการโต้เถียงกัน เนื่องจากชาวบ้านระบุว่า ต้องการให้ นายกฯ ออกจากตำแหน่ง โดยมีผู้ชุมนุม 1 คน เข้ามาเจรจาขอให้ตำรวจถอยไปที่ สน.ดินแดง เพื่อให้ผู้ชุมนุมยุติ ทำให้เจ้าหน้าที่ยอมถอยไป ในเวลา 20.54 น. แต่ไม่ถึง 1 นาที ผู้ชุมนุมได้ปาขวดเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงแก๊สน้ำตาตอบโต้

เวลา 21.03 น. เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว จึงตัดสินใจนำกำลังเข้ากระชับพื้นที่ และยิงกระสุนยางเข้าใส่ผู้ชุมนุม จนเกิดเหตุชุลมุน และมีประชาชนที่ขายพวงมาลัย อยู่หน้าซอยประชาสงเคราะห์ 12 บาดเจ็บ 1 ราย ทำให้มีตัวแทนชาวบ้าน 1 คน มาเจรจา ขอให้ตำรวจกลับไปที่ สน.ดินแดง อีกครั้ง

ภายหลังเหตุการณ์เริ่มกลับมาสงบอีกครั้ง แต่สื่อมวลชนยังคงเกาะติดการทำข่าว โดยเจ้าหน้าที่ยังคงตั้งแนวเพื่อรักษาพื้นที่และความปลอดภัย ทั้งนี้มีรายงานจากเหตุเผชิญหน้าระหว่างมวลชนและเจ้าหน้าที่ทำให้กระจกร้านค้าบริเวณดังกล่าวแตกเสียหาย ซึงภายหลังผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ขณะที่รอบนอกยังมีกลุ่มมวลชนอิสระวนมาเบิ้ลรถจักรยานยนต์เพื่อก่อกวน และขว้างปาระเบิดปิงปองและยิงพลุใส่ สน.ดินแดงเป็นระยะๆ นอกจากนี้ยังมีการจุดไฟบริเวณแยกองค์พระ (โรงกรองน้ำ) ที่มวลชนอยู่อีกด้วย

ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังควบคุม

ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังควบคุม

ม็อบเยาวชนปลดแอกปะทะคารม สน. ดินแดง สุดท้ายต้องใช้กำลังควบคุม