svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

ราคารถมือสองในสหรัฐฯพุ่งสูงขึ้นเพราะวิกฤตซัพพลายเชน

29 ตุลาคม 2564

วิกฤตซัพพลายเชนส่งผลให้ราคารถยนต์ในสหรัฐฯพุ่งสูงขึ้น ถึงขนาดรถมือสองยังประมูลได้ราคาสูงกว่าราคารถใหม่เสียอีก สร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมให้กับชาวอเมริกันในช่วงราคาสินค้าหลากหลายชนิดปรับสูงขึ้น

ในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนนี้ ราคารถยนต์มือสองในตลาดค้าส่งทั่วสหรัฐฯปรับเพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือน ก.ย.  และพุ่งสูงขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วจนแตะระดับสูงสุด ส่วนราคารถยนต์คันใหม่ในสหรัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 24% เมื่อเทียบจากปี 2562

 

นักวิเคราะห์ บอกว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ และซัพพลายเชนได้รับผลกระทบอย่างหนักนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโควิด-19 และทำให้บริษัทผลิตรถยนต์หลายแห่งปรับลดการผลิตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่า การผลิตรถยนต์และปริมาณในสต็อกจะกลับสู่ระดับปกติได้ในปี 2566

 

ราคารถมือสองในสหรัฐฯพุ่งสูงขึ้นเพราะวิกฤตซัพพลายเชน

 

ชาวบ้านคนหนึ่ง บอกว่า ซื้อรถยนต์คันใหม่ในปี 2554 ด้วยราคา 26,000 ดอลลาร์ แต่วันนี้รถคันนี้มีราคาเกือบ 32,000 ดอลลาร์แล้ว ส่วนอีกคนบอกว่า ซื้อรถยนต์มาซดาไว้คันหนึ่งราคา 36,000 ดอลลาร์ และเชื่อว่าราคาจะปรับขึ้นอีก แต่ได้พูดคุยกับดีลเลอร์ถึงรู้ว่า ราคาปรับสูงขึ้นอย่างน้อย 5-10%

 

นอกจากนี้รถฮอนดา ซีวิก 2019 คันใหม่มีราคาเกือบ 21,000 ดอลลาร์ แต่ผ่านมา 2 ปี รถคันนี้ถูกประมูลได้ราคา 27,200 ดอลลาร์ในเดือนนี้

 

 

ปัจจัยที่ทำให้ราคารถมือสองพุ่งสูงขึ้นเป็นเพราะการขาดแคลนชิปคอมพิวเตอร์ ที่กระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์อย่างหนักตลอดปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องลดการผลิตจนเกิดการขาดแคลนรถใหม่ และเวลานี้กำลังขาดแคลนรถมือสองด้วย ทำให้ราคารถมือสองพุ่งสูงขึ้นตามมา  ทำให้ปีหน้าเป็นเรื่องยากมากที่ผู้บริโภคจะซื้อรถยนต์ไม่ว่าคันใหม่หรือมือสอง

 

บริษัทที่ปรึกษา เอลิกซ์พาร์ตเนอร์ส ประเมินว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกจะผลิตรถยนต์น้อยลงเกือบ 4 ล้านคันในปีนี้เนื่องจากขาดแคลนชิป