ต่อมาเมื่อศาล มีคำพิพากษาคดีเสร็จสิ้นในศาลชั้นต้น เเละอัยการ ไม่ยื่นอุทธรณ์คดี หลังจากนั้นก็มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ก.อ. โดยเสียงส่วนมากเห็นเป็นความผิดไม่ร้ายเเรงให้ว่ากล่าวตักเตือน เห็นควรนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายปรเมศวร์ เป็นผู้ตรวจการอัยการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป
จึงเสนอชื่อนายปรเมศวร์ อีกครั้งเเต่ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีหนังสือฉบับที่ 2 มาถึงสำนักงานอัยการสูงสุด ขอให้ยืนยันความเหมาะสม ซึ่งครั้งนั้น มีการนำวาระนี้เข้าเป็นวาระจรเพื่อขอความเห็นชอบจาก ก.อ.เพื่อยืนยันความเหมาะสมอีกครั้ง
เเต่ ก.อ.เสียงส่วนมากพิจารณาเเล้วเห็นว่าได้มีมติไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีการพิจารณามติดังกล่าวอีก
ร้อยโท ไชยา เปรมประเสริฐ รองอัยการสูงสุด รักษาราชการเเทน นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดในขณะนั้น ซึ่งลาพักร้อน เป็นผู้ลงนามยืนยันความเหมาะสมไป
และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีการส่งเรื่องไปยังสำนักงานองคมนตรี พิจารณาเสนอโปรดเกล้าฯ
เเต่ล่าสุดมีหนังสือตีกลับจากสำนักงานองคมนตรี มายังสำนักเลขาคณะรัฐมนตรี เเจ้งมาทางสำนักงานอัยการสูงสุด
14 ก.ย.2564 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ออกแถลงการณ์ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เรื่อง “โกงตาชั่ง” กรณีที่ ร้อยโท ไชยา เปรมประเสริฐ รองอัยการสูงสุด รักษาราชการเเทน นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ทำจดหมายถึงเลขาธิการ ครม. เพื่อยืนยันความเหมาะสมในการแต่งตั้ง นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ดำรงตำเเหน่งผู้ตรวจการอัยการ
1.การแต่งตั้งบุคคลที่ถูกสังคมและองค์กรอื่นตั้งข้อกังขา
2.จดหมายถึงเลขาธิการ ครม. ดังกล่าวมิได้ทำในนาม “คณะกรรมการอัยการ (กอ.)
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอัยการทุกคนจะตระหนักถึงผลของการกระทำที่บั่นทอนศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันอัยการที่เป็นเสาหลักความยุติธรรมของชาติ โดยร่วมกันปกป้องและปฏิรูปอัยการให้กลับมายืนเคียงข้างความรู้สึกและผลประโยชน์ของประชาชนคนไทยอย่างสง่างาม