สะเทือนใจลูกสาววัย 10 ขวบกอดแม่ร้องไห้กลัวถูกตร.จับ หลังลุงที่ป่วยโควิดวานให้แม่เอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซุกยาบ้าไปส่งให้ที่ รพ. ก่อนจะฝากน้องเขยเอาไปให้แทนเพราะติดธุระ ล่าสุดเมียลุงป่วยโควิดเปิดใจสามียอมรับผิด ยันป้าและน้องเขยบริสุทธิ์

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสตึก จ.บุรีรัมย์ ได้ทำการตรวจสอบสิ่งของที่นายอุทัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ชาว ต.สตึก อ.สตึก ซึ่งมีอาชีพรับซื้อปลาสดมาขายในตลาด เดินทางมาพร้อมกับลูกสาววัย 13 ปี นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยและกาแฟแบบซอง มาฝากให้กับลุงที่ป่วยโควิด นอนรักษาตัวอยู่ใน รพ. แต่กลับพบยาบ้าจำนวน 8 เม็ด ซุกซ่อนมาในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เมื่อช่วงสายของวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบและยึดยาบ้าดังกล่าว ก่อนจะนำตัวนายอุทัย ที่เป็นคนนำสิ่งของมาฝากให้กับผู้ป่วยไปสอบสวนที่โรงพัก แต่นายอุทัย ปฏิเสธไม่รู้ว่าข้างในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะมียาบ้าหรือสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากผู้เป็นป้าได้วานให้ตนเองช่วยเอามาส่งให้กับลุง ซึ่งติดโควิดรักษาตัวอยู่ใน รพ. ยืนยันว่าไม่รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับยาบ้าดังกล่าวเลย

 

เมียผู้ป่วยโควิดเปิดใจสามียอมรับผิดที่ซุกยาบ้าใส่บะหมี่

จากนั้นตำรวจก็ได้เรียกตัวนางเสาวนีย์ อายุ 38 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของนายอุทัย เพราะเป็นพี่สาวของภรรยา มาสอบสวน ซึ่งทันทีที่นางเสาวนีย์ ถูกเรียกตัวมาสอบสวนก็เอาแต่ร้องไห้ ก่อนจะยืนยันตรงกันกับนายอุทัย น้องเขยคนเล็กว่า เขาไม่รู้ว่าข้างในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ เพราะนายอนุชา (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นสามีของน้องสาวคนกลาง ที่ติดโควิดรักษาตัวอยู่ใน รพ. ได้โทรศัพท์มาวานให้ตนเอง นำถุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกาแฟที่จะมีคนเอามาฝากไปให้ที่ รพ. โดยไม่ได้เอะใจว่าจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายอะไร ด้วยความใจซื่อและเห็นว่าเป็นสามีของน้องสาวจึงรับปากว่าเดี๋ยวจะเอาไปให้ โดยได้บอกให้คนที่จะเอาของมาฝากแขวนไว้ที่ต้นไม้ก่อน เดี๋ยวจะขับรถไปเอาเพราะตอนนั้นยังไม่ว่าง พอเสร็จธุระก็ขับรถไปเอาถุงดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นเห็นนายอุทัย น้องเขยคนเล็ก อยู่ที่บ้านจึงวานให้นายอุทัย เอาถุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกาแฟไปส่งให้กับนายอนุชา ที่ รพ.แทน เพราะตนเองจะรีบไปเลี้ยงควาย ซึ่งนายอุทัย ก็รับปากว่าจะเอาไปให้เอง เพราะตลาดกับ รพ.ก็อยู่ไม่ห่างกัน กระทั่งมารู้ทีหลังว่าของที่นายอนุชา น้องเขย คนกลางวานให้เอาไปส่งให้ที่ รพ.มียาบ้าซุกซ่อนอยู่ข้างใน ก็ตกใจทำอะไรไม่ถูกกลัวจะถูกจับ ทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย

 

เมียผู้ป่วยโควิดเปิดใจสามียอมรับผิดที่ซุกยาบ้าใส่บะหมี่

อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดียังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายอุทัย และนางเสาวนีย์ ต้องรอสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานก่อน ว่าแท้จริงยาบ้าที่ตรวจพบเป็นของใคร แล้วใครเป็นคนซื้อคนขาย หากนายอุทัย และนางเสาวนีย์ ไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะกันตัวไว้เป็นพยาน ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานด้วย ซึ่งตำรวจก็กำลังสืบสวนขยายผลว่าใครเป็นคนนำยาบ้ามาส่ง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านนายอุทัย ซึ่งก็อยู่กับภรรยา และลูกสาวอายุ 13 ปีที่บ้าน ก็ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับยาบ้าดังกล่าวเลย และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจค้นบ้านก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอะไร ส่วนเงิน 100,000 บาท และทองคำอีกจำนวนหนึ่ง ก็ได้มาจากการทำอาชีพสุจริตคือขายปลาในตลาดกับภรรยา กำลังจะเก็บเงินสร้างบ้านเพราะภรรยาอยากมีบ้านของตัวเอง ที่ผ่านมาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายเลย ก็เสียใจที่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ก็เชื่อว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง

จากนั้นได้เดินทางไปหานางเสาวนีย์ ซึ่งนำควายออกไปเลี้ยงในป่าริมมูล ทันทีที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นนางเสาวนีย์ ก็ถึงกับร้องไห้โฮและบอกว่าเสียใจไม่คิดว่าน้องเขยคนกลางจะทำกับตนเองได้ลงคอ ที่วานให้เอายาบ้าซุกซ่อนในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปส่งให้ถึงที่ รพ. ยอมรับว่ายังกังวลและกลัวว่าจะต้องมารับเคราะห์กับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งนางเสาวนีย์ ก็ได้ขอความเป็นธรรมด้วย แต่ที่น่าสะเทือนใจคือนาทีที่ลูกสาววัย 10 ขวบ กอดแม่ร้องไห้พร้อมกับพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้นด้วยความเป็นห่วงแม่ว่า กลัวแม่จะถูก ตร.จับ แม่ไม่ได้ทำผิดอย่าจับแม่ตัวเองไปเลย ให้ไปจับคนที่ทำผิดซึ่งญาติและชาวบ้านที่เห็นต่างก็น้ำตาคลอเพราะสงสาร

ขณะที่นางศิริวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นพี่สาวคนกลาง และเป็นภรรยาของนายอนุชา ก็ออกมาเปิดใจกับสื่อว่า นายอนุชา สามีของตนเองซึ่งขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สตึก ได้ยอมรับผิดและสารภาพว่าเป็นคนแอบใช้โทรศัพท์ของตนเอง โทรหานางเสาวนีย์ พี่สาวคนโต ซึ่งเป็นป้า ให้ช่วยเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกาแฟที่จะมีคนเอามาฝากไปให้ที่ รพ.เอง ซึ่งสามีก็ยอมรับผิดและขอโทษทุกคนที่ทำให้เดือดร้อน เมื่อรักษาตัวเสร็จก็พร้อมจะรับผิดตามกฎหมาย ยืนยันว่าป้ากับน้องเขยบริสุทธิ์ไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องด้วย แต่มีสื่อบางสำนักลงข่าวทำให้เสียหายก็รู้สึกเสียใจมาก อยากจะขอความเป็นธรรมให้กับป้าและน้องเขยด้วย หากอยากรู้ความจริงก็ให้รอถามจากนายอนุชา สามีของตนเอง

เมียผู้ป่วยโควิดเปิดใจสามียอมรับผิดที่ซุกยาบ้าใส่บะหมี่

โดย  - สุรชัย พิรักษา