อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดียังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายอุทัย และนางเสาวนีย์ ต้องรอสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานก่อน ว่าแท้จริงยาบ้าที่ตรวจพบเป็นของใคร แล้วใครเป็นคนซื้อคนขาย หากนายอุทัย และนางเสาวนีย์ ไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะกันตัวไว้เป็นพยาน ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานด้วย ซึ่งตำรวจก็กำลังสืบสวนขยายผลว่าใครเป็นคนนำยาบ้ามาส่ง
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านนายอุทัย ซึ่งก็อยู่กับภรรยา และลูกสาวอายุ 13 ปีที่บ้าน ก็ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับยาบ้าดังกล่าวเลย และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจค้นบ้านก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอะไร ส่วนเงิน 100,000 บาท และทองคำอีกจำนวนหนึ่ง ก็ได้มาจากการทำอาชีพสุจริตคือขายปลาในตลาดกับภรรยา กำลังจะเก็บเงินสร้างบ้านเพราะภรรยาอยากมีบ้านของตัวเอง ที่ผ่านมาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายเลย ก็เสียใจที่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ก็เชื่อว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง
จากนั้นได้เดินทางไปหานางเสาวนีย์ ซึ่งนำควายออกไปเลี้ยงในป่าริมมูล ทันทีที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นนางเสาวนีย์ ก็ถึงกับร้องไห้โฮและบอกว่าเสียใจไม่คิดว่าน้องเขยคนกลางจะทำกับตนเองได้ลงคอ ที่วานให้เอายาบ้าซุกซ่อนในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปส่งให้ถึงที่ รพ. ยอมรับว่ายังกังวลและกลัวว่าจะต้องมารับเคราะห์กับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งนางเสาวนีย์ ก็ได้ขอความเป็นธรรมด้วย แต่ที่น่าสะเทือนใจคือนาทีที่ลูกสาววัย 10 ขวบ กอดแม่ร้องไห้พร้อมกับพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้นด้วยความเป็นห่วงแม่ว่า กลัวแม่จะถูก ตร.จับ แม่ไม่ได้ทำผิดอย่าจับแม่ตัวเองไปเลย ให้ไปจับคนที่ทำผิดซึ่งญาติและชาวบ้านที่เห็นต่างก็น้ำตาคลอเพราะสงสาร
ขณะที่นางศิริวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นพี่สาวคนกลาง และเป็นภรรยาของนายอนุชา ก็ออกมาเปิดใจกับสื่อว่า นายอนุชา สามีของตนเองซึ่งขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สตึก ได้ยอมรับผิดและสารภาพว่าเป็นคนแอบใช้โทรศัพท์ของตนเอง โทรหานางเสาวนีย์ พี่สาวคนโต ซึ่งเป็นป้า ให้ช่วยเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกาแฟที่จะมีคนเอามาฝากไปให้ที่ รพ.เอง ซึ่งสามีก็ยอมรับผิดและขอโทษทุกคนที่ทำให้เดือดร้อน เมื่อรักษาตัวเสร็จก็พร้อมจะรับผิดตามกฎหมาย ยืนยันว่าป้ากับน้องเขยบริสุทธิ์ไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องด้วย แต่มีสื่อบางสำนักลงข่าวทำให้เสียหายก็รู้สึกเสียใจมาก อยากจะขอความเป็นธรรมให้กับป้าและน้องเขยด้วย หากอยากรู้ความจริงก็ให้รอถามจากนายอนุชา สามีของตนเอง
โดย - สุรชัย พิรักษา