ด้านนายสรกฤช พิชยดนัยกุล (อาจารย์ วุธ) หรือ “เทพ facebook” กรรมการผู้จัดการบริษัท AOM.365 จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาด้านการตลาดดิจิทัล ชี้ ว่า แม้ ผู้บริหารเฟซบุ๊ค มีนโยบายปกป้องแพลทฟอร์มนี้ ไม่ให้ถูกนำไปใช้เผยแพร่ความรุนแรง บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้ธุรกิจบางประเภทถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ เช่น เอ็มแอลเอ็ม ที่ใช้การโฆษณา ชวนเชื่อ มักใช้ถ้อยคำการันตี อาทิ การจำหน่ายครีมผิวขาว ซึ่งหลักการประมวลผลเพื่อตรวจจับของเอไอ จะเป็นลักษณะการจับตาไปที่การยิงโฆษณาทั้งภาพและข้อความ
ในความเป็นจริง การใช้ถ้อยคำในโฆษณายังสามารถเขียนหลบเลี่ยงได้ เช่น ทาผิวแล้วเห็นผลภายใน(จะกี่วันก็แล้วแต่) แบบนี้ ไอเอ ของเฟซบุ๊คจับได้แน่ ซึ่งวิธีเลี่ยงอาจเปลี่ยนไปใช้ถ้อยคำอื่น หรือสื่อออกเป็นภาพวาด หรือใช้เป็นตัวอักษรที่มีอักขระผิดเพี้ยนไปจากเดิมจนเอไอตรวจจับไม่ได้เป็นต้น แต่ทั้งหมดนี้ เป็นการจับตาที่ "โฆษณา" เท่านั้น
กรณีเฟซบุ๊ค “โรงงานผลิตมูลี่ไม้ไผ่เชียงใหม่” เป็นธุรกิจรับผลิตสินค้าแล้วส่งจำหน่าย ไม่อยู่ในข่ายที่เฟซบุ๊คจะต้องจับตา หรือ
ต่อให้ปรากฎข้อมูลคดีความในช่อง Comment เอไอของเฟซบุ๊คก็อาจไม่สนใจ เพราะการตรวจสอบของเอไอจะเพ่งเล็งไปที่การใช้ถ้อยคำในโฆษณามากกว่า ฉะนั้น หลังแอดมินลบข้อความใน Comment จึงยังสามารถโพสต์ภาพ "มูลี่ไม้ไผ่" พร้อมดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ไม่มีข้อความโฆษณา ที่เอไอเฟซบุ๊คไม่ต้องการ