ต่อมาผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ น.ส.รุ้งไพลิน ผู้ต้องหาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับต่อศาลเพื่อสืบสวนติดตามตัวจนกระทั่งสืบทราบจนพบว่า น.ส.รุ้งไพลินได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 492/6 ถนนธรรมนูญวิถี ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบน.ส.รุ้งไพลินยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าวจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การการรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ปกติทำงานเป็นครูอัตราจ้างจ.นครศรีธรรมราช สาเหตุที่ทำเพราะอยากได้รวยอยากได้เงินเคยทำแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่สมัยเรียนและเคลียร์ผู้เสียหายยอมความหลุดคดี
นอกจากนี้ ตรวจสอบพบว่าน.ส.รุ้งไพลินฯผู้ต้องหา ติดอยู่ในกลุ่มผู้ขายสินค้าที่ควรระวัง www.blacklistseller.com และคดีนี้มีผู้หลงเชื่อตกเป็นผู้เสียหายมากกว่า 100 คน มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท อยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดย น.ส.รุ้งไพลินฯ ผู้ต้องหามีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารของตนเองกว่า 7,000,000 บาท
จากการตรวจสอบประวัติก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมในคดีนี้ น.ส.รุ้งไพสินฯผู้ต้องหา เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจรถไฟ (บก.รฟ.) จับกุม มาก่อน เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่จ. ประจวบคีรีขันธ์ แต่ต่อมาได้คืนเงินให้แก่ผู้เสียหายและให้ถอนคำร้องทุกข์ในคดีดังกล่าว และก็ยังไม่เข็ดหลาบอีกทั้งยังได้ก่อเหตุในรูปแบบเดียวกันนี้จนกระทั่งปัจจุบัน
ทั้งนี้ จะเห็นว่าการหลอกลวงประชาชนโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์(Social Media) ปัจจุบันมีจำนวนมาก และในแต่ละคดีมักจะมีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ตำรวจภูธรภาค 1 จึงได้จัดทำ QR CODE สำหรับ รับแจ้งเหตุเบื้องต้น กรณีน.ส.รุ้งไพลินฯผู้ต้องหา หลอกลวงทางออนไลน์ ในกรณีนี้ เพื่อใช้ในการสืบสวนปราบปรามและจับกุมการกระทำความผิดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เบื้องต้นเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้นำตัวพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป