ไหลเรือไฟนครพนมวันสุดท้านปิดฉากได้สวยงาม
23 ต.ค. 2564

ไหลเรือไฟนครพนม วันสุดท้ายปิดฉากสวยงาม นักท่องเที่ยวแห่ชมแน่นอัฒจันทร์ ปักหมุดเรือไฟโบราณเป็นไฮไลท์สำคัญทุกปี
ข่าว
23 ต.ค. 2564

ไหลเรือไฟนครพนม วันสุดท้ายปิดฉากสวยงาม นักท่องเที่ยวแห่ชมแน่นอัฒจันทร์ ปักหมุดเรือไฟโบราณเป็นไฮไลท์สำคัญทุกปี
ไหลเรือไฟนครพนม วันสุดท้ายปิดฉากสวยงาม นักท่องเที่ยวแห่ชมแน่นอัฒจันทร์ ปักหมุดเรือไฟโบราณเป็นไฮไลท์สำคัญทุกปี
23ตุลาคม2564ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในเทศกาลบุญออกพรรษาไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำ2564โดยเริ่มงานตั้งแต่วันที่18ตุลาคมรวม6วัน แม้ปีนี้จะจัดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019หรือโควิด-19งดการจัดกิจกรรมประกวดเรือไฟขนาดใหญ่ของแต่ละอำเภอ จำนวน12ลำ ที่มีความยาว80-100เมตร สูง15เมตรขึ้นไป เหลือเพียงเรือไฟโชว์ขนาดความยาว30เมตร สูง6เมตร จำนวน5ลำเท่านั้น เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามที่มีมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ โดยจะปล่อยร่วมกับกระทงสายหรือไข่พญานาค วันละ2-3ลำทุกวัน และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของงานเทศกาลดังกล่าว
ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาชมความงามของเรือไฟกันเป็นจำนวนมาก โดยทางสาธารณสุขจังหวัดนครพนมร่วมกับกองงานสาธารณสุขเทศบาลเมืองนครพนม ตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าไปในบริเวณงานอย่างเข้มงวด ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครฯ ร่วมกันรักษาความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สินทั้งใน-นอกเครื่องแบบกระจายตัวทั่วพื้นที่จัดงาน
วันสุดท้ายนี้มีเรือไฟโชว์ไหลจำนวน2ลำ และกระทงสายหรือไข่พญานาค6,000ดวง เริ่มโชว์ความงามกลางสายน้ำโขงในเวลา19.00น. ณ จุดปล่อยหน้าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.ฯ) สำนักงานนครพนม ถนนสุนทรวิจิตร โดยใช้เรือลาดตระเวนหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงลากจูงล่องตามสายน้ำเป็นระยะทาง3.1กม. แม้จะย่อส่วนลดขนาดหรือพลุไฟตะไลเพลิงก็มีจำกัด แต่ไม่ได้ลดความงามลงแม้แต่นิดเดียว ศิลปินเรือไฟผู้ออกแบบลวดลายยังทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้การจราจรถนนทุกสายติดขัดเป็นทางยาว
ซึ่งหลังจากปิดฉากเทศกาลไหลเรือไฟประจำปี2564ลงเรียบร้อย จะมีการประชุมหาจุดเด่นจุดด้อยและแก้ไข เพื่อเตรียมแนวทางการจัดงานไว้ในปีถัดไป หากการแพร่ระบาดของโรคโควิดอยู่ในวงจำกัดแล้ว งานเทศกาลไหลเรือไฟปี2565ก็จะกลับมายิ่งใหญ่ดังเดิม
สำหรับเรือไฟโบราณอันเป็นรากเหง้าของเรือไฟประยุกต์ ที่สร้างจากไม้ไผ่สานต่อกันเป็นลำเรือ โดยสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนมร่วมกับชมรมพนมนครานุรักษ์ บรรจงสร้างขึ้นมาจำนวน12ลำ12ปีนักษัตร ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ที่ได้มีส่วนร่วมบูชารอยพระพุทธบาท บูชาพญานาค บูชาแม่น้ำโขงอันเป็นสายน้ำนานาชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวจังหวัดนครมานับพันปี และบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ในคืนเดือนเพ็ญ15ค่ำ เดือน11ด้วยการเล็มผม ตัดเล็บ พร้อมเขียนชื่อ-นามสกุล ลงใส่ในกระทงหยวกกล้วยที่มีไว้บริการด้านหน้าทางเข้า เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ ลอยโศก ลอยโรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์ยาก รวมทั้งสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย ให้มอดไหม้ไปกับดวงไฟและลอยหายไปกับสายน้ำ และให้มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขึ้น เศรษฐกิจเฟื่องฟู อยู่เย็นเป็นสุขทั้งครอบครัว โดยทางจังหวัดนครพนมเตรียมกำหนดให้เป็นไฮไลท์สำคัญของงานทุกปี เพราะเรือไฟโบราณคือต้นฉบับของเรือไฟปัจจุบัน ที่เกือบลืมเลือนจากคนรุ่นใหม่
โดย - ทวี อภิสกุลชาติ
ข่าวล่าสุด