จากการสอบสวนนายนาย ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุบุกชิงทรัพย์บ้านทาวน์โฮมของฝรั่งจริง โดยผู้ต้องหา อ้างว่า ขายอาหารตามสั่ง เลี้ยงลูก 4 คน แต่ขายไม่ดี ไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัวทั้งติดค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถจักยานยนต์จึงไปยืมรถ จยย.เพื่อนขี่ไปทวงเงินที่เพื่อนยืม 500 บาท แต่ไม่พบเพื่อน จึงตนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปทางบ้านฝรั่ง พบฝรั่งแก่ๆ นั่งอยู่ในห้องรับแขกชั้นล่าง จึงวนรถดู 2-3 รอบ แล้วจอดคิดว่าฝรั่งแก่อยู่บ้านคนเดียว จึงตัดสินใจเปิดเบาะรถเอาไขควงเข้าไปชิงทรัพย์
แต่ฝรั่งสู้จึงใช้ไขควงแทงด้านหลังหลายครั้ง ขึ้นค่อมบีบคอใช้ไขควงจี้ ฝรั่งบอกว่าไม่มีเงิน เพราะเงินอยู่กับเมีย ตนจึงเอาโทรศัพท์มือถือแทน แล้ววิ่งออกมาโดยตนทำด้ามไขควง หมวกแก็ป รองเท้า 1 ข้าง ตกไว้ที่เกิดเหตุ ตนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางถนนรอบเมือง เอาเสื้อ และรองเท้าผ้าใบอีกข้างที่ไปทิ้งขยะแล้วกลับมาบ้านพัก
กระทั่งมาถูกตำรวจจับ ตนได้ยกมือไหว้ขอโทษแล้วพูดว่า “ที่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพราะอยากได้แค่เงินไปใช้หนี้และใช้จ่ายในครอบครัวเท่านั้น ตนเสียใจ และขอโทษ”
นางกมลทิพย์ ภรรยานายนายเรฌอง เปิดเผยว่า ขณะส่งสินค้า สามีได้ส่งข้อความผ่านคอมพิวเตอร์มาบอกว่า มีคนบุกเข้ามาชิงทรัพย์ในบ้าน จึงรีบกลับมาบ้าน พบตามร่างกายสามี พบรอยเขียวช้ำบริเวณแผ่นหลัง หลายจุด บริเวณลำคอแดง ครั้งแรกที่โจรเข้ามาสามีคิดว่าคนเข้ามาล้อเล่น แต่พอโดนบีบคอจนหายใจไม่ออก จึงรู้ว่าเรื่องจริง จึงพลิกตัวสู้ เพราะตัวใหญ่และเป็นทหารมาก่อน โจรสู้ไม่ได้จึงวิ่งออกจากบ้านไป
สามีบอกว่าไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้อยู่เมืองไทยมา 5 ปี คิดว่าคนไทยเป็นคนใจดี หลังเกิดเหตุก็อยู่อย่างวาดระแวง แต่สามีดีใจที่ตำรวจไทยจับโจรได้รวดเร็ว
พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้เสียหายเป็นชาวต่างชาติ ต้องปกป้องสิทธิ และดูแลสิทธิ์ ดูผิวเผินเหมือนจะเป็นเหตุฉกรรจ์ เพราะนั่งอยู่ในบ้านดีๆ ทำไมมีคนร้ายเดินเข้าไปในบ้านประทุษร้ายชีวิตและต่อทรัพย์ในเวลากลางวัน หลังได้รับแจ้ง ตำรวจรีบออกไปสืบสวน และจับกุมคนร้ายได้ 24 ชม.แจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์ และบุกรุก” ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทั้ง 2 ข้อหา แต่ปฏิเสธไปทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพ
นายนาย ผู้ต้องหา เคยถูกตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี จับข้อหาลักทรัพย์พ้นโทษออกมา ไปอยู่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่ไปก่อเหตุลักทรัพย์ และถูกจับติดคุกอีก พอพ้นโทษ ได้กลับมาอยู่ จ.อุดรธานี และก่อเหตุอีก
ภาพ/ข่าว : เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์