มติมหาเถรสมาคม พิจารณาอธิกรณ์ปรับให้อดีตพระยันตระ พ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่า เสพเมถุนสีกา ต้องอาบัติปราชิก

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

22 ตุลาคม 2564 อดีตพระยันตระ  หรือนายวินัย ละอองสุวรรณ ให้สัมภาษณ์ถึงการกลับมาประเทศไทย ว่า รู้สึกคิดถึงแผ่นดินเกิด คิดถึงญาติโยม โดยเฉพาะลูกศิษย์เก่าๆที่แยกย้ายไปอยู่ตามวัด หรือสำนักต่างๆ หลากหลายพื้นที่ ซึ่งหลังจากที่มีคดีความก็ได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2535 

 

อดีตพระยันตระ อ้างว่าทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่สมมติขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ยังคงปฏิบัติตัวเหมือนพระ เพียงแต่ไม่ได้โกนผมและโกนหนวดเท่านั้น

 

สำหรับอดีตพระยันตระ เคยตกเป็นข่าวใหญ่ และโด่งดังในวงการสงฆ์ไทย เมื่อปี 2537 ในคดีล่วงละเมิดพระวินัย เสพเมถุน นางจันทิมา กระทั่งมีคำสั่งมหาเถรสมาคม ให้ขาดจากความเป็นพระภิกษุตามพระวินัยบัญญัติ

 

หลังถูกนารีพิฆาต อดีตพระยันตระ หลบหนีคดีไปตั้งสำนัก พร้อมซื้อที่ดินในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ ปี 2537 

อดีตพระยันตระ สมียันดะ ไม่ใช่พระตามมติมหาเถรสมาคม

และเมื่อ ปี 2557 อดีตพระยันตระ หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย โดยได้มีญาติโยมแห่มาต้อนรับอย่างแน่นขนัด  

 

การกลับมาในครั้งนั้น ถือเป็นการกลับบ้านเกิดในรอบ 20 ปี หลังจากเกิดเหตุคดีอื้อฉาว ถูกกล่าวหาว่า “เสพเมถุน” เป็นหญิงไทยและชาวต่างชาติ 

 

อดีตพระยันตระ มีผู้เคารพศรัทธามากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในช่วงหนึ่งก่อนจะถูกฟ้องคดีกล่าวหาว่าต้องปาราชิกาธิกรณ์ และมติมหาเถรสมาคมลงมติขับให้พ้นจากความเป็นพระภิกษุ 

อดีตพระยันตระ สมียันดะ ไม่ใช่พระตามมติมหาเถรสมาคม

นายวินัย เป็นชาวนครศรีธรรมราช เกิดวันที่ 14 ตุลาคม 2494 ก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เขาได้ปฏิบัติตนเป็นนักพรตฤๅษีอยู่หลายปี จนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ต่อมาได้อุปสมบทเป็นภิกษุในธรรมยุติกนิกาย เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2517 ณ พัทธสีมาวัดรัตนาราม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

 

เมื่ออุปสมบท มักใช้คำแทนตัวว่า "พระยันตระ" ซึ่งแปลว่าผู้ไกลจากกิเลส ซึ่งเป็นฉายานามที่เคยใช้มาตั้งแต่ยังเป็นฤๅษียันตระ 

 

อดีตพระยันตระ มีผู้ศรัทธาเข้าเป็นลูกศิษย์มากมาย ทำให้เขามักแวดล้อมไปด้วยพระสงฆ์คอยอุปัฏฐาก นอกจากนี้ยังมีผู้ศรัทธาสร้างสำนักถวายหลายแห่ง โดยทุกที่จะใช้คำว่า "สุญญตาราม" ประกอบด้วยเสมอ และสำนักที่เป็นที่รู้จักทั่วไปคือ วัดป่าสุญญตาราม กาญจนบุรี และยังมีสำนักวัดป่าสุญญตารามในต่างประเทศอีกหลายแห่ง เช่นที่วัดป่าสุญญตาราม เมืองบันดานูน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น

 

มติมหาเถรสมาคม พิจารณาอธิกรณ์ปรับให้พ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง

 

แต่นายวินัย ไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า สมีเขียว จิ้งเขียว สมียันดะ ยันดะ เป็นต้น 

 

ก่อนที่นายวินัย จะลักลอบออกจากประเทศไทยไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมือง ทำให้นายวินัย สามารถหลบหนีคดีความอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จนถึงปัจจุบัน และเมื่อคดีหมดอายุความ การกลับมาไทยครั้งนี้ จึงได้รับความสนใจอีกครั้ง

อดีตพระยันตระ สมียันดะ ไม่ใช่พระตามมติมหาเถรสมาคม