หุ้นของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ของจีน ดิ่งลงอย่างแรงถึง 14% ช่วงสั้นๆในการกลับมาเปิดการซื้อขายในวันนี้ หลังจากระงับไปนาน 17 วัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ซึ่งมีภาระหนี้สินมหาศาลมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาเปิดซื้อขายหุ้นอีกครั้งในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในวันนี้ เพียงหนึ่งวันหลังจากเพิ่งประกาศว่า การเจรจาขายหุ้น 50.1% ของบริษัทจัดการทรัพย์สิน เอเวอร์แกรนด์ พร็อพเพอร์ตี เซอร์วิส มูลค่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯล้มเหลวเพราะไม่สามารถตกลงเงื่อนไขกับบริษัท ฮอปสัน ดีเวลลอปเมนท์ของฮ่องกงได้

 

ข่าวดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นของเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ดิ่งลงอย่างแรงถึง 14% ช่วงสั้นๆระหว่างการซื้อขาย ก่อนขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังลดลงถึง 9.8% และหุ้นของเอเวอร์แกรนด์ พร็อพเพอร์ตี เซอร์วิส ลดลง 5%

 

 

เอเวอร์แกรนด์และฮอปสัน ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่งที่มีขนาดเล็กกว่า กล่าวโทษกันว่าเป็นต้นเหตุให้ข้อตกลงล้มเหลว และเป็นความล้มเหลวครั้งที่สองของเอเวอร์แกรนด์เพื่อระดมเงินนำไปชำระหนี้ โดยสื่อรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การเจรจาขายสำนักงานของบริษัทในฮ่องกงมูลค่า 1,700 ล้านดอลลาร์ไม่สำเร็จ

 

ขณะที่ใกล้ครบกำหนดเวลาผ่อนผัน 30 วันในการชำระหนี้ 83.5 ล้านดอลลาร์สำหรับพันธบัตรออฟชอร์ ที่เดิมมีกำหนดชำระเมื่อวันที่ 23 ก.ย. และหากไม่สามารถจ่ายได้ ก็จะทำให้ประสบภาวะผิดนัดชำระหนี้

 

 

วิกฤตทางการเงินของเอเวอร์แกรนด์เริ่มขึ้นในปีที่แล้ว หลังจากรัฐบาลจีนกังวลอย่างมากเกี่ยวกับหนี้จำนวนมหาศาลในภาคอสังหาริมทรัพย์ จึงออกข้อบังคับเพื่อควบคุมการก่อหนี้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ โดยให้ลดสัดส่วนหนี้เมื่อเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท