ด้าน นายกอบศักดิ์ ระบุว่า ธนาคารจะมีการยกระดับการดูแลบัญชีของลูกค้าให้เข้มข้นมากขึ้น เตรียมบล็อกร้านค้าที่มีความเสี่ยงต่อการทำธุรกรรมผิดปกติ รวมถึงจะปรับมาตรการยืนยันตัวตนของผู้ใช้บัตรเครดิต และเดบิตให้มากขึ้น ซึ่งก็ยอมรับว่าหากจะให้แจ้งเตือน sms การทำธุรกรรมทุกบาททุกสตางค์เกรงว่าจะรบกวนลูกค้ามากเกินไป จึงมองว่าหากต้นทางของรายการใดผิดปกติก็ไม่ควรเรียกเก็บเงิน
“เหยื่อที่ถูกกระทำลักษณะนี้ทางธนาคารจะคืนเงินทั้งหมดให้ โดยขณะนี้ยื่นเรื่องกับทางธนาคารมาแล้ว จำนวน 10,700 ราย รวมเป็นเงินที่ต้องคืนประมาณ 132 ล้านบาท ซึ่งอาจจะมีมาเพิ่มเติมภายหลังจากนี้อีก”
ส่วน พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า ธุรกรรมส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศข้อมูลที่หลุดไป อาจเป็นการขายข้อมูลให้กับมิจฉาชีพ ขึ้นอยู่กับมิจฉาชีพจะนำข้อมูลบัตรไปซื้อสินค้าอะไร หากเป็นการซื้อไอเทมเกมจะประสานบริษัทเกมในต่างประเทศตามที่มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ เพื่อขอข้อมูลว่าใครเป็นคนนำข้อมูลไปใช้ซื้อไอเทมเกม และบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับเง็บพนันออนไลน์ต่างๆ
“ส่วนเส้นทางการเงินทางธนาคารจะเป็นผู้รวบรวม เพราะดูแลทั้งระบบจะเห็นภาพรวมที่ชัดเจน และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า ส่วนใหญ่มีการโจรกรรมซื้อสินค้าจากต่างประเทศ”