เขาได้ชื่อว่าเป็นทหารอาชีพที่โดดเด่นและเป็นผู้บุกเบิก เชื้อสายจาไมกาไม่ได้เป็นอุปสรรคในหน้าที่การงาน จากการเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาหลายพันคนที่ถูกส่งไปเวียดนามใต้ เมื่อปี 2505 ในสมัยประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี ได้ก้าวสู่ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติผิวสีคนแรก ช่วงปลายเทอมของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ก่อนดำรงตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมที่อายุน้อยที่สุดในสมัยของประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช
ความนิยมในตัวเขาในสายตาของคนในชาตินั้นสูงลิบลิ่ว หลังจากสหรัฐฯเป็นผู้นำในการกำชัยชนะจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย ตอนนั้น เขาได้รับการคาดหมายว่าเป็นตัวเก็งในสนามเลือกตั้งที่จะทำให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ ด้วยซ้ำแต่ก็ต้องมาพลาดท่า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช อันเป็นผลมาจากข่าวกรองที่ผิดพลาดที่นำไปสู่สงครามอิรัก ที่เขาเรียกว่า "รอยด่าง" บนเส้นทางอาชีพของเขา เพราะยังมีภาพจำสมัยที่เขาถือขวดเล็กๆ ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 2546 เพื่อย้ำว่า อิรักอาจผลิตสารแอนแทร็กซ์ด้วย
แม้ในอดีตจะผิดพลาดไปบ้าง แต่เขาคือต้นแบบของคนอเมริกันผิวสี ที่บรรลุความฝันแบบอเมริกันขอเพียงแค่ "ฝันให้ใหญ่ และไปให้ถึง" เท่านั้น