กระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่13 ต.ค.พบรถยนต์กระบะบรรทุก ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นHILUX ViGOสีบรอนซ์-ทอง ทะเบียน บพ 5737 ชัยภูมิ มีหลังคาแบบปิดทึบ เลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านดังกล่าว จึงติดตามไปสังเกตการณ์ ขณะนั้นคนขับรถยนต์ต้องสงสัยได้ขับเลี้ยวไปมาในซอยกลางหมู่บ้าน ก่อนจะเข้าไปจอดที่บริเวณหน้าโรงสีข้าวของหมู่บ้านแล้วรีบเปิดประตูลงจากรถวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จนท.ไม่สามารถติดตามได้เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงรอกำลังเข้ามาสนับสนุน จึงได้เข้าทำการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าด้านหลังรถบรรทุกมีไม้พะยูงแปรรูปจำนวนมาก และจากการตรวจค้นภายในรถยนต์คันดังกล่าวไม่พบเอกสารสำคัญหรือของมีค่าใดๆ สอบถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของรถยนต์และไม้พะยูง จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางมาตรวจสอบโดยละเอียดที่ สน.เรือบึงกาฬ พบว่าเป็นไม้พะยูงแปรรูป จำนวน 124 ท่อน/กลม/เหลี่ยม รวมปริมาตร 2.94 ลบ.ม.หากนำข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจะมีมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท หลังแถลงข่าวได้นำของกลางทั้งหมดส่ง พงส.สภ.บุ่งคล้า เพื่อสืบสวยสอบสวนหาเจ้าของมาดำเนินคดีการตามกฎหมายต่อไป
อีกทั้ง เมื่อ 2 วันก่อน น.ท.การันต์ มินวงษ์ หน.สน.เรือบึงกาฬพร้อมพวกก็ได้ตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่งห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์สีทอง และหุ้มด้วยถุงพลาสติกใส รวมทั้งหมด 310 แท่งบริเวณริมฝั่งโขงบ้านหอคำ ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬโดยมีชายฉกรรจ์ประมาณ 3-4 คนแบกกระสอบปุ๋ยหุ้ห่อมด้วยถุงสีดำขึ้นมาจากเรือที่จอดอยู่ริมตลิ่งโขง เจ้าหน้าที่ซุ่มอยู่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม แต่ทั้งหมดได้วิ่งหลบหนีฝ่าความมืดไปด้วยความชำนาญเส้นทาง พร้อมกับเรือที่จอดอยู่ได้ขับหนีไปยังฝั่ง สปป.ลาวอย่างรวดเร็ว จึงทำการตรวจยึดส่งให้ สภ.หอคำดำเนินการต่อไป.
โดย - นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี