- ยอมตามกระแสของ "กลุ่มคนเสียงดัง" คือคนเดือดร้อน คนทีใช้โซเชียลมีเดีย และมีสื่อในมือที่เรียกร้องมาตลอดให้เปิดประเทศ
- เอาใจคนรุ่นใหม่ และกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ตลอดจนสถานบันเทิง ผับ บาร์ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มองรัฐบาลในแง่ลบมาตลอด
- ไม่เลื่อนเปิดเทอม 1 พ.ย. เพื่อเอาใจเด็กๆ จะได้เลิกเรียนออนไลน์ และได้ไปเรียนที่สถานศึกษา
- เตรียมไฟเขียวให้กลับบ้าน ท่องเที่ยว และเฉลิมฉลองช่วงปีใหม่ เอาใจคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะคนต่างจังหวัด
นายกฯพูดถึงขนาดนั้นว่า "รู้ว่าเสี่ยง แต่ประชาชนที่เดือดร้อนรอไม่ได้แล้ว ฉะนั้นต้องเดินหน้าต่อไป" คำพูดนี้ คือการหาเสียงกับคนส่วนใหญ่ของประเทศที่อึดอัดกับสถานการณ์โควิด ต้องถูกปิดประเทศ อยู่ภายใต้มาตรการเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรการเคอร์ฟิวมาอย่างยาวนาน
นายกฯพูดถึงการให้คนกลับบ้าน เฉลิมฉลอง และรับนักท่องเที่ยวช่วงปลายปีถึงปีใหม่ แสดงว่านายกฯมองเกมยาวว่าตัวเองจะอยู่ถึงปีหน้า และหาก "เกมเสี่ยง" นี้สำเร็จ นายกฯได้คะแนนนิยมกลับคืนมา ก็จะยุบสภาในปีหน้าเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งอีกสมัย แล้วกลับมาเป็นนายกฯอีก 4 ปี รวมเวลา 5 ปี ตามที่ประกาศขอเวลาเอาไว้ที่จ.นครศรีธรรมราช
ที่สำคัญการประกาศจองเก้าอี้นายกฯอีก 5 ปี ไม่ใช่คำพูดแบบ "กลอนพาไป" ตามที่ให้โฆษกรัฐบาลออกมาปฏิเสธ แต่เป็นการพูดท้าทายไปถึงกลุ่มของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ภายในพรรคพลังประชารัฐ ว่าถ้าจะไปด้วยกันต่อ ก็ต้องชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ไม่ใช่เสนอ 3 คนเผื่อเลือก หรือเผื่อหักกันภายหลังตามที่เป็นข่าว