ตำรวจเปิดวงจรปิดล่ามือปืนสาดกระสุน4นัดใส่ร้านซ่อมรถดังกลางเมือง ยืนยันไม่นิ่งนอนใจ คาดตามรวบตัวผู้ก่อเหตุได้เร็วๆนี้


12 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายพิสิญฐ  หาญสกุล อายุ 52 ปี เจ้าของร้านซ่อม-ขายอะไหล่รถจักรยานยนต์ชื่อดัง ย่านถนนชัยประสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ นำภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าร้าน จับภาพคืนวันเกิดเหตุวันที่ 19 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา เวลา 23.51น.ได้มีมือมืดได้ขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนชัยประสิทธิ์ มาจอดรถใกล้กับหน้าร้านประมาณ 2 นาที ก่อนที่ชายคนขับจะลงจากรถจักรยานยนต์และใช้ไฟแช็คจุดประทัดปาเข้าไปบริเวณพื้นถนนหน้าบ้าน จนเกิดเสียงดังสนั่น หลังจากนั้นก็ใช้ปืนขนาด 9 มม.เข้ามากราดยิงใส่ร้านจนได้รับความเสียหายพบรอยกระสุนรวมกว่า 4 นัด


 
ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้โชคยังดียังมือมืดรายนี้ก่อเหตุไม่มีคนอยู่ในร้าน หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 นายพิสิญฐ ได้ให้ลูกชายหอบหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความไว้กับ ร.ต.ท.ปกรณ์เกียรติ  เดชชัยภูมิ รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งความไว้แล้วพร้อมให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.เมืองชัยภูมิ จนมาปัจจุบันเวลาผ่านไปนานกว่า 2 สัปดาห์คดีไม่มีความคืบหน้า

เปิดวงจรปิดล่ามือปืนสาดกระสุน4นัดใส่ร้านซ่อมรถดังกลางเมือง
 

นายพิสิญฐ และครอบครัว ผู้เสียหายร้านถูกลอบยิงใส่ครั้งนี้ หวั่นเกิดอันตรายทั้งตนและครอบครัว จึงนำหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดเข้าร้องสื่อมวลชนให้ช่วยเร่งติดตามคดีในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากเกรงจะเกิดเหตุสลด หรือเป็นอันตรายกับครอบครัว หรือชาวบ้านใกล้เคียงกันต่างหวาดผวาว่าคนก่อเหตุรายนี้อาจจะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เร่งติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว


 
พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผู้กำกับการ สภ.เมืองชัยภูมิ เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดว่าทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ คดีที่เกิดขึ้นถือเป็นช่วงรอยต่อที่ จ.ชัยภูมิ เกิดน้ำท่วมใหญ่หนักมากในรอบกว่า 50 ปี การเข้าดำเนินการตรวจในพื้นที่ในขณะช่วงเกิดเหตุนั้นทำได้ยากเพราะมีระดับน้ำท่วมในย่านถนนจุดเกิดเหตุทั้งหมด หลังเกิดเหตุรับแจ้งเมื่อ 20 ก.ย.64 และเกิดน้ำท่วมใหญ่มาในอีกไม่กี่วันตามมาในช่วง 24 ก.ย.64 ซึ่งแม้กระทั้งสถานีตำรวจก็ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร

เปิดวงจรปิดล่ามือปืนสาดกระสุน4นัดใส่ร้านซ่อมรถดังกลางเมือง
 

ซึ่งหลังช่วงน้ำลดในช่วงวันที่ 3-4 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ได้ให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามคดีนี้มาต่อเนื่องแล้ว ทั้งมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้มาพบว่ารูปภาพจากกล้องวงจรปิดกับรูปร่างของผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวมาสอบสวนต่างกัน เป็นคนละคนในเบื้องต้น ไม่ใช่กลุ่มที่ก่อเหตุ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวผู้เสียหายมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งได้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเพิ่มมากขึ้นพอสมควรเพิ่มอีก ซึ่งขณะนี้ได้มีส่งหัวกระสุนขนาด 9 มม.ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุส่งตรวจพิสูจน์ ที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ส่วนสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้ยังมีหลายประเด็นที่ยังไม่ตัดทิ้งทั้งน่าจะมาจากความขัดแย้งระหว่างตัวเจ้าของร้านซ่อมจักรยานยนต์กับลูกค้าที่นำรถมาซ่อมบางคน หรือเป็นของเพื่อนบ้านข้างเคียงเองด้วยก็เป็นได้ รวมถึงลูกจ้างภายในร้าน ซึ่งยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้งไปจะได้เร่งรัดในการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว 

เปิดวงจรปิดล่ามือปืนสาดกระสุน4นัดใส่ร้านซ่อมรถดังกลางเมือง

โดย - สุทธิพงศ์  เสฎฐรังสี