ในส่วนของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นายกสมาคมภัตตาคารไทย ให้ความเห็นว่า ไทยได้บทเรียนจากคลัสเตอร์ทองหล่อช่วงเดือน เม.ย. กับการปิดให้ประชาชนเดือนทางอย่างอิสระในเทศกาลสงกรานต์ ที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศยังมีน้อย เมื่อเทียบกับตอนนี้ และตัวเลขที่น่าเป็นห่วงให้ความสำคัญ คือ ตัวเลขของผู้เสียชีวิต
“การฉีดวัคซีนของพนักงานกิจการร้านอาหารที่อยู่ในระบบ ได้รับเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังมีที่เราเรียกว่า ขยะใต้พรม แรงงานที่ผิดกฎหมายในบ้านเรา ซึ่งส่วนนี้อยู่เหนือการดูแล เพราะร้านอาหารที่มีประวัคซีนมาจากกระทรวงสาธาณสุข
ตอนนี้ยังมีตกค้างเข็ม 3 ในส่วนของ 2 เข็ม คือ เอสตร้าเซนเนก้า+เอสตร้าเซนเนก้า ฉีดไปแล้ว 37,000 คน และ ซิโนแวค+ซิโนแวค+เอสตร้าเซนเนก้า อีก 63,000 คน ซึ่งกว่า 50% ในยอดนี้มีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับวัคซีนด้วย”
แนะรัฐหามาตรการร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อหาจุดตรงกลาง ป้องกันการระบาดระลอกใหม่ ในส่วนของร้านอาหาร ต้องมี COVID Free Setting ซึ่งหมายถึงทุกคนต้องฉีดวัคซีนทั้งผู้ให้บริการและลูกค้า รวมถึงสถานที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค ในส่วนนี้ หากคนไม่ได้ฉีดวัคซีน แต่มีผลตรวจ ATK ได้ไหม เพราะตอนนี้คนที่ฉีดวัคซีนก็มีโอกาสติดเชื้อโควิดได้อีก
“ทางร้านต้องลงทุนในเรื่องของการตรวจ ATK และถ้าหาซื้อชุดละ 40 บาทได้จริงเป็นการลงทุนที่คุ้ม เพราะถ้าไม่ลงทุนแต่มีคนติดมา ต้องปิดร้านไป 1-2 วัน สูญเสียรายได้มากกว่านี้อีก และยังเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า กว่าจะมั่นใจกลับมาใหม่ก็ต้องใช้เวลา ตอนนี้ก็ต้องรอมาตรการออกมาก่อน”