เมื่อให้ นายแพทย์มนูญ แนะนำมาตรการสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว หรือร้านอาหาร โดยเฉพาะแลนด์มาร์กที่สังคมหวั่นว่าจะเกิดคลัสเตอร์ขึ้นในอนาคต จึงได้คำตอบว่า ควรมีมาตรการป้องกันที่ชัดเจน เปิดหน้าต่าง และประตู เพื่อที่จะให้อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก ส่วนด้านนักท่องเที่ยวก็ควรเลือกอยู่ในที่โล่ง มากกว่าห้องที่ปิดมิดชิด
“ถ้าเราจะไปเที่ยวใช่ไหม เดินทางขึ้นเครื่องบิน เดี๋ยวนี้การติดเชื้อในเครื่องบิน ก็ไม่ได้ติดกันง่ายๆ เพราะระบบถ่ายเทอากาศในเครื่องบิน มันดีกว่าในรถยนต์ หรือในรถไฟด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราไปก็ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา สมมติว่า เราไปเที่ยว เรานั่งรถส่วนตัวของเราเอง มันก็ไม่อันตราย เพราะไม่ได้นั่งปะปนกับคนอื่น สมมติจะไปเที่ยวแบบนั่งรถโดยสาร ก็มีความเสี่ยง เพราะว่าบางคนอาจจะมีเชื้อโรคอยู่ ไม่รู้ว่าใครมาจากที่ไหนกันบ้าง ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะไปรถส่วนตัวมากกว่า หรือไปเครื่องบิน เพราะถือว่าการเดินทางไม่น่าจะเสี่ยงอันตราย
หมอก็จะไปเที่ยวเหมือนกัน เพราะไม่ได้เที่ยวมานานแล้ว แต่ว่าก็ต้องระมัดระวังตัวต่อไป ไม่ว่าจะไปที่ไหนๆ ก็ควรจะใส่หน้ากากไว้ และก็พยายามอยู่ห่างจากคนที่เราไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ หมั่นล้างมือ อย่าเอามือมาจับจมูก จับตา และฉีดวัคซีนไปแล้ว เราก็จะปลอดภัย เราก็จะอยู่กับมันได้ เราไม่ต้องกลัวมัน เราต้องอยู่กับมัน อยู่อย่างมีสติ และก็ไปเที่ยว ทำใจให้สบาย อย่าไปกังวลกับโรคนี้มากนัก อีกหน่อยก็จะเป็นแค่ไข้หวัดใหญ่ธรรมดานี่แหละ และยังจะเป็นอยู่ทุกปี”
นอกจากนี้ หมอมนูญ ยังได้เผยอีกว่า การจะมีภูมิคุ้มกันได้มีแค่ 2 อย่างเท่านั้น คือ คนที่ติดโควิดไปแล้ว และหายแล้ว ถือว่ามีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ และอีกวิธีหนึ่งก็คือ การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีน ให้ได้เกินกว่าร้อยละ 80 ของประชากรในประเทศ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย เพราะคนยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเยอะขนาดนั้น เลยถือว่ายังมีความเสี่ยงอยู่