ส.ส.ก้าวไกล ทวงสัญญา 14 ต.ค. ครบ 120 วัน สัญญา “เปิดประเทศ” พร้อม เสนอ 6 เงื่อนไข แบบฉบับก้าวไกล ทำไม่ได้ "อย่าฝืน"

วันที่ 11 ตุลาคม 2564 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล พูดถึง “แผนเปิดประเทศ 120 วัน” ที่รัฐบาลเตรียม เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในเดือนพฤศจิกายน  ว่า หากนับจากวันที่ 16 มิ.ย. 64 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้คำมั่นไว้ว่าจะเปิดประเทศใน 120 วัน จะครบกำหนด 120 วัน วันที่ 14 ต.ค. 64 ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบเงินกู้ 5 แสนล้าน จึงได้ให้ความเห็นว่า  

"การเปิดประเทศ เพื่อให้การค้า และการทำมาหากินของประชาชน ดำเนินไปได้เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ และการที่รัฐบาลจะเปิดประเทศ หรือทำ Travel Bubble กับประเทศต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมและมีดัชนีในการพิจารณา และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด ที่ชัดเจน โปร่งใส แต่รัฐบาลมีแต่แผนการเปิดประเทศ เพียงแค่แบ่งเป็นกลุ่มจังหวัด ที่ผู้ประกอบการ จะไม่สามารถวางแผน และเตรียมการล่วงหน้าอย่างเหมาะสมได้ และไม่มั่นใจว่า แผนการเปิดประเทศ จะเปิดได้จริง หรือ เปิดแล้วจะปิดอีกเมื่อไหร่"

สถานการณ์ปัจจุบัน  มีผู้ติดเชื้อเพิ่มวันละ 10,000 รายเศษ มีผู้เสียชีวิตวันละ 60-80 ราย หากพิจารณาจากผลตรวจจากชุดตรวจ ATK ก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และแพร่กระจายไป ในหลายจังหวัด และเห็นว่า การเปิดประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ รัฐบาลจำเป็นต้องทำให้การระบาดของโควิด-19 เป็น การเจ็บป่วยในภาวะปกติ (Normality) ที่ระบบสาธารณสุขควบคุมและดูแลรักษาผู้ป่วยได้ หรือมีแผนสำรองในการเพิ่มขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขโดยทันที

วิโรจน์ บอกว่า  “ถ้า Normality ไม่เกิดขึ้น การเปิดประเทศ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็จะเป็นเครื่องยนต์ที่กระตุก ติดๆ ดับๆ ไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และประชาชนได้ไม่ใช่คิดจะเปิดก็เปิด คิดจะปิดก็ปิด พอไม่กล้าปิด ก็ฝืนเปิด แล้วก็มาปิดแบบกะทันหัน จนสร้างความเสียหาย" 

สถานการณ์โควิด-19 ณ วันที่ 11 ต.ค.64

พรรคก้าวไกล จึงเสนอแนวทางในการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ นำไปดำเนินการ 6 ข้อ คือ

1.ปัจจุบัน มีอัตราการฉีดวัคซีน 2 เข็ม 32.5% ส่วนอัตราการฉีดวัคซีน 1 เข็ม อยู่ที่ 48.7% รัฐบาลควรกำหนดให้ชัดเจนว่า การฉีดวัคซีนเท่าใด จึงจะเข้าเกณฑ์เปิดการท่องเที่ยว

2.การฉีดวัคซีนเพื่อเปิดการท่องเที่ยว รัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์ เร่งฉีดให้กับพ่อค้า-แม่ขาย-ประชาชนที่อาศัยในย่านเศรษฐกิจ 

3.ฉีดวัคซีน และดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็นแรงงานต่างชาติ ทั้งถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย หากไม่มีระบบที่ชัดเจน ก็เสี่ยงที่กลุ่มแรงงานต่างชาติ จะเป็นคลัสเตอร์ แพร่ระบาดไม่จบไม่สิ้น

4. มีระบบการสุ่มตรวจเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง ที่มีชุมชนหนาแน่น ด้วยชุดตรวจ ATK โดย มีระบบที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวก ในราคาถูก

5. สำรองสต๊อกยา และเวชภัณฑ์ ให้มีความเพียงพอ และ 6. รัฐบาลต้องเร่งถอดบทเรียน และเตรียมระบบในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยให้พร้อม ทั้ง ระบบ Home Isolation  และการรับและส่งต่อผู้ป่วย หากเกิดการระบาดรุนแรง

6 ข้อนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และมีการสื่อสารให้กับประชาชนทราบอย่างโปร่งใส เพราะการเปิดการท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจ และมีส่วนร่วม  หากไม่ได้ทำการบ้านทั้ง 6 ข้อ การเปิดการท่องเที่ยว และการเปิดเศรษฐกิจ ก็จะเป็นการ “ฝืนเปิด” แทนที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ กลับกลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่