จนกระทั่งผู้ก่อเหตุได้โอนเงินในชื่อบัญชี นายชโลรถ ปิยะวาทินทร์ ในจำนวน 30,300 บาท แต่ปรากฎว่าผู้ก่อเหตุทำทีเป็นแคปหน้าจอการโอนเงินแต่ไม่ได้โอนส่งมาให้ ระหว่างนั้นตนเองได้ตรวจสอบบัญชีแต่กลับไม่พบว่ามียอดเงินเข้ามา ผู้ก่อเหตุจึงทำทีเป็นโวยวายว่าโอนเงินไปแล้ว ถ้าไม่เข้าก็ขอยกเลิกการซื้อขาย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะส่งถุงใส่กล่องโทรศัพท์มือถือคืนมา และรีบขับขี่รถจักรยานยนต์ไป ทันใดนั้นตนเองเริ่มรู้สึกสงสัยว่าถุงใส่โทรศัพท์มีน้ำหนักเบา จึงได้เปิดกล่องดูก็พบว่าเครื่องโทรศัพท์มือถือหายไปแล้ว
นายสุภโชค กลัดแก้ว กล่าวต่อว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ทุกคนต่างตกใจ และรีบโทรแจ้งอายัดบัญชีไว้ ก่อนที่จะรีบตรวจสอบพื้นที่หากล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ หลังจากนั้นได้รีบเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ พ.ต.ต.ศักดา ภิญโญภาพ สว.สอบสวน สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี
อย่างไรก็ตามฝากถึงคนร้ายว่าอย่าทำเช่นนี้กับใครเลย เพราะจะให้เสียอนาคต ส่วนเรื่องคดีตนเองไม่ยอมแน่ จะตามหาตัวจนนำตัวส่งตำรวจให้ได้ เนื่องจากโทรศ้พท์มือถือเครื่องนี้ น้องตนเองเก็บเงินกว่าจะซื้อได้ และตั้งใจจะนำไปขายเพื่อเปลี่ยนเครื่องใหม่และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุเช่นนี้