กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ทำความเห็นแย้ง 5 ประเด็น กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษแจ้งไม่มีอำนาจดำเนินคดีเอาผิดกับบริษัท อัครารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กระทรวงอุสาหกรรม และอดีตอธิบดีดีเอสไอ

10 ตุลาคม 2564 กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ได้ทำหนังสือถึงนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง คัดค้านข้อชี้แจงเนื่องจากยังพิจารณาดำเนินการไม่ครบถ้วนตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

 

ตามที่ หนังสือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฉบับลงวันที่ 8 ต.ค.64  นั้น นางอารมย์ คำจริง ขอโต้แย้งคัดค้าน ดังนี้


1.กรณีขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบจากพนักงานอัยการ กรณีจะไม่ดำเนินคดีเอาผิดกับบริษัท อัครารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน ) ในข้อหากระทำการขุดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ประสานอัยการ เพื่อส่งข้อมูลทางคดีเพิ่มเติมอันเป็นสาระสำคัญในการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีไปยังศาล กรณีดังกล่าวนี้จึงอยู่ในอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ 
กลุ่มประชาสังคมฯ แย้งดีเอสไอ5ข้อชี้มีอำนาจเอาผิดอัครารีซอร์สเซส

2.กรณีขอให้ดำเนินคดีเพิ่มเติมกับ บริษัท อัครารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ข้อหาโรงงานโลหะกรรมส่วนขยายโดยไม่ได้รับอนุญาต จากการตรวจสอบพบว่าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการสอบสวนในประเด็นเกี่ยวกับการขอขยายโรงงาน ตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 และการขอขยายโรงประกอบโลหกรรมแร่ทองคำตามพ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ไว้ในสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 39/2562 แล้วนั้น

 

ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษ พบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามพ.ร.ป.รัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 จึงได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณา 

 

กรณีดังกล่าวนี้จึงฟังได้เป็นข้อยุติว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดมาแล้วตั้งแต่ต้น แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังมิได้ดำเนินการเอาผิดกับบริษัท อัคราฯ และเป็นผู้ใช้โรงงานโลหกรรมส่วนขยายโดยไม่ได้รับอนุญาต ในการถลุงสินแร่ทองคำ และสินแร่เงิน จึงเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 เนื่องจากเป็นการถลุงสินแร่เงิน และสินแร่ทองคำ จากโรงประกอบโลหกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต

 

กรณีเช่นว่านี้จึงเป็นการกระทำความผิดของบริษัท อัคราฯ จะต้องถูกดำเนินคดีเอาผิดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดังนั้น หนังสือของท่าน ที่อ้างว่าได้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการแล้ว ไม่อยู่ในอำนาจกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย

 

การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยเหตุนี้จึงโต้แย้งคัดค้าน และขอให้ดำเนินการเอาผิดกับบริษัท อัคราฯ ตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป
กลุ่มประชาสังคมฯ แย้งดีเอสไอ5ข้อชี้มีอำนาจเอาผิดอัครารีซอร์สเซส

นางอารมย์ คำจริง และนางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ให้ข้อมูล ป.ป.ช.

3 กรณีขอให้ดำเนินคดีเพิ่มเติมกับบริษัท อัคราฯ กรณีการขุดอุโมงค์ทางลอดโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามที่ท่านอ้างว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการสอบสวนในประเด็นเกี่ยวกับการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก และการขุดถนนลอดใต้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 ไว้ในสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 17/2559 และได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว ไม่อยู่ในอำนาจกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้าพเจ้าไม่อาจเห็นพ้อง เนื่องจากข้าพเจ้าและคณะ ได้ยื่นเพิ่มเติมให้สอบสวน กรณีการขุดอุโมงค์ทางลอดโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.แร่ 2510 มาตรา 43

 

ดังนั้น การก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดจึงผิด พ.ร.บ.แร่ อีกทั้งกรณีคณะพนักงานสอบสวนชุดเดิม ได้ละเว้นไม่เอาผิดกรณีบริษัท อัคราฯ ในข้อหาขุดถนนทางหลวงแผ่นดิน และทางสาธารณประโยชน์ ข้าพเจ้าและคณะได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สอบสวนดำเนินคดีแล้ว

 

กรณีที่ข้าพเจ้ายื่นเพิ่มเติมให้สอบสวนดำเนินคดีเอาผิดกับ บริษัท อัคราฯ กรณีการขุดอุโมงค์ทางลอดโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.แร่ 2510 มาตรา 43 มาตรา 57 ประกอบมาตราอื่น จึงเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่ได้มีการสอบสวนในสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 17/2559 ตามที่ท่านกล่าวอ้าง

 

4 กรณีขอให้ตรวจสอบการกระทำของ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง ขณะปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ 

 

5 กรณีขอให้สอบสวนขยายผลเพิ่มเติม กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการเปรียบเทียบปรับบริษัท อัคราฯ  โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการกระทำอันเป็นเท็จอนุญาตย้อนหลังเพื่อช่วยเหลือบริษัท อัคราฯ ไม่ให้ถูกดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมาย กรณีเช่นว่านี้ เป็นการยื่นพยานหลักฐานให้ท่านขยายผลกรณีดังกล่าวเพื่อประกอบการสอบสวนสำนวนคดี ข้อหา บริษัท อัคราฯ เคยขุดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1301 และทางสาธารณประโยชน์

 

ซึ่งข้อเท็จจริงได้ปรากฏจนเป็นข้อยุติต่อกระทรวงอุตสาหกรรม จนนำไปสู่การเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาทมาแล้วตั้งแต่ต้น ในขณะที่กฎหมายห้ามมิให้มีการเปรียบเทียบปรับเนื่องจากมีโทษอาญา การที่กระทรวงอุตสาหกรรม เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท เพื่อให้ใช้เป็นหลักฐานในการประกอบการพิจารณาคดีเอาผิดกับบริษัท อัคราฯ กรณีเคยกระทำการขุดถนนโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

กรณีดังกล่าวนี้เป็นพยานหลักฐานการทำเหมืองทองคำนอกเขตประทานบัตร อันเป็นการเอาไปซึ่งสินแร่ทองคำ และสินแร่เงิน โดยผิดกฎหมาย การที่กระทรวงอุตสาหกรรม เปรียบเทียบปรับไปแล้วตั้งแต่ต้น กรณีเช่นว่านี้จึงอยู่ในอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ 

 

และกรณีที่ได้ทองคำ และเงิน ไปโดยผิดกฎหมายยังก่อให้เกิดการกระทำความผิดฐานเลี่ยงอาษี และฟอกเงิน ซึ่งอยู่ในอำนาจกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งท่านมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน และในส่วนของเจ้าหน้าที่กระทำความผิดท่านมีอำนาจหน้าที่ในการส่งต่อสำนวนคดีให้กับคณะกรรมการป.ป.ช. ตามที่ท่านอ้างว่าไม่อยู่ในอำนาจกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงเป็นข้อชี้แจงที่ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย

 

กรณีที่ท่านอ้างตามหนังสือฉบับลงวันที่ 8 ต.ค.64 รวมทั้งหมด 5 ข้อว่าไม่อยู่ในอำนาจกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงไม่ถูกต้อง ทั้งตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

 

ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงเรียนมายังท่านเพื่อขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ให้ครบถ้วนตามข้อเท็จจริง และตามข้อกฎหมายโดยข้าพเจ้าขอยืนยันให้ดำเนินการตามหนังสือของข้าพเจ้าฉบับลงวันที่ 9 ส.ค.64 และฉบับลงวันที่ 16 ส.ค.64 อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษทุกกรณี

 

โดยหากไม่เป็นไปตามนี้ ข้าพเจ้าและคณะจะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และจะได้พิจารณาดำเนินการยื่นต่อคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการสอบสวน เอาผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป

กลุ่มประชาสังคมฯ แย้งดีเอสไอ5ข้อชี้มีอำนาจเอาผิดอัครารีซอร์สเซส

นางอารมย์ คำจริง และนางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ให้ข้อมูล ป.ป.ช.